Interviews | Diplomacy

สมัคร รับ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์: China-US Rivalry: The Taiwan Factor

jokerslotdepositpulsatanpapotongan, CHOW ปิดตลาดวันนี้บวก 4.23% ลุ้นดีดตัวแตะแนวต้านแรก 7.45 บ.กราฟยังคงรักษาทิศทางขาขึ้นและยกตัวขึ้นปิดเหนือเส้น EMA 10 วันได้ต่อเนื่องซึ่งเป็นทิศทางเชิงบวกชัดเจน พร้อมกับเครื่องมือ RSI + Momentum ชี้ขึ้นสนับสนุนเป็นสัญญาณซื้อ จึงคาดว่าจะปรับตัวขึ้นได้ต่อนายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า ธนาคารได้ขายหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC) ทั้งหมดที่ถืออยู่จำนวน 9.09 ล้านหุ้นให้กับสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมีราคาขายอยู่ที่หุ้นละ 491.76 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นราคาต้นทุนที่ธนาคารได้ซื้อมา และสูงกว่าราคาบนกระดานที่ 476 บาท/หุ้น ทำให้บริษัทได้รับเงินจากการขายหุ้นดังกล่าวราว 4.47 พันล้านบาท。 TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,713.20 ล้านบาท ปิดที่ 9.65 บาท ลดลง 0.35 บาทยกตัวอย่างเช่น แหล่งทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์และการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและเปิดประเทศ ทำให้พม่าต้องใช้พลังงานมากขึ้น จึงมีโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงานที่เปิดกว้าง ทั้งในส่วนของธุรกิจต้นน้ำ ที่เกี่ยวข้องกับการการสำรวจและผลิต ตลอดจนธุรกิจกลางน้ำ เช่น ระบบสายส่ง การวางท่อ รวมถึงก่อสร้างและโลจิสติกและธุรกิจปลายน้ำที่เกี่ยวกับโรงกลั่นและการขายปลีกน้ำมัน เช่นเดียวกับประเทศลาว ที่นับเป็นความท้าทายใหม่ของบริษัทในการเข้าไปลงทุนด้านนักวิเคราะห์แสดงความกังวลว่าข่าวอื้อฉาวของโฟล์คสวาเกนจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจเยอรมนี เนื่องจากโฟล์คสวาเกนเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ และมีการจ้างงานจำนวนมาก และที่ผ่านมา ทางบริษัทมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจเยอรมนีjokerslotdepositpulsatanpapotongan,นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ โดยเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลงจะทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆEARTH ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 4.68-4.78 บาท แนวต้าน 4.92-5.00 บาทBECL Trading buy ปิด 36.75 แนวรับ 36.5-35.75 แนวต้าน 38.25-39 นักลงทุนเทรด DW อ้างอิงบนหุ้นรายตัวในสัดส่วนที่มากขึ้นดอลลาร์ได้รับแรงกดดัน หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐปรับตัวลงในเดือนส.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของสหรัฐ รายงานของกระทรวงระบุว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.5% BEAUTY ปิดเทรดแกร่งกว่าตลาด จับตาเป้าหมายถัดไป 4.48 บ.ขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้าจากออสเตรเลียเพื่อส่งสินค้าในอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับก่อสร้าง โดยปัจจุบันลูกค้าออสเตรเลียกำลังตรวจสอบสินค้าและทดสอบการใช้งานจริงว่าพึงพอใจมากแค่ไหน และหากผ่านการตรวจสอบแล้ว คาดว่าจะทำให้ COLOR สามารถส่งสินค้าไปยังยุโรปได้ต่อเนื่อง โดยบริษัทคาดจะได้สิทธิในการส่งสินค้าในช่วงปี 59,LALIN ราคาปิด 3.48 บาท ตัดขาดทุน 3.42 บาทแนวรับ 3.44 บาท แนวต้าน 3.60 บาทภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปยังคงได้รับแรงกดดันจากข่าวอื้อฉาวของบริษัทเผยโฟล์คสวาเกน โดยรายงานล่าสุดระบุว่าโฟล์คสวาเกนจะประกาศแต่งตั้งนายมัทเทียส มูลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของปอร์เช่ ซึ่งอยู่ในเครือของโฟล์คสวาเกน เข้ารับตำแหน่งซีอีโอของทางโฟล์สวาเกน แทนนายมาร์ติน วินเทอร์คอร์นทั้งนี้ หลังจากที่บริษัทได้พัฒนาเครื่องกรองน้ำ SAFE รุ่น ROMA Alkaline Plus และ RO Mineral Plus ซึ่งเป็นระบบการกรองแบบ Reverse Osmosis ซึ่งมีแร่ธาตุเสริมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสามารถใช้ได้กับน้ำที่ได้รับการบำบัดทุกสภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำกร่อย และน้ำประปาหมู่บ้านที่เป็นน้ำบาดาล ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคอีสานประเมินดัชนีมีแนวโน้มทรงตัวในแดนลบ เราประเมินแนวรับในช่วงบ่ายที่ระดับ 1,360 จุด แนะนำสะสมกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ , ธุรกิจส่งออก และกลุ่มท่องเที่ยว จากที่จะได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ค่าเงินบาทในช่วงเช้าทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปี และสำหรับการเก็งกำไรในระยะสัปดาห์เราให้น้ำหนักไปที่กลุ่มอสังหาฯและรับเหมาก่อสร้าง โดยเลือก AP, SPALI, ITD, CK, STEC, UNIQ เป็นหุ้นเด่น,แนวรับ 9.25-9.30 บาทอย่างไรก็ตาม ปตท. และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับทราบแต่ต้นแล้วว่า ก๊าซธรรมชาติที่จ่ายให้กับโรงไฟฟ้าจะนะมีแนวโน้มที่ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะสูงขึ้นได้ในอนาคต ปตท. จึงได้เตรียมติดตั้งหน่วยแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อควบคุมคุณภาพก๊าซฯ ที่จะจ่ายให้กับโรงไฟฟ้าจะนะ อันเป็นข้อมูลที่ได้รายงานแก่ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้รับทราบทั่วกันแล้ว。

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างก็รอดูการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่เมืองแอมเฮิร์สท์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ในหัวข้อ พลวัตเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน หรือ Inflation Dynamics and Monetary Policy โดยมีการคาดการณ์กันว่านางเยลเลนอาจจะส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้, PTT ยันคุณภาพก๊าซฯ พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้สร้างความเชื่อมั่นแก่บรรดาผู้นำธุรกิจในสหรัฐว่า เศรษฐกิจจีนยังคงมีแนวโน้มที่เป็นบวก อีกทั้งยังเรียกร้องให้ผู้นำธุรกิจของสหรัฐเพิ่มขึ้นความร่วมมือด้านการค้าซึ่งจะได้ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและสหรัฐตลาดได้รับแรงกดดัน เนื่องจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ได้แสดงความเห็นที่เมืองแอมเฮิร์สท์ รัฐแมสซาชูเซตส์ว่า มีแนวโน้มที่จะมีความเหมาะสมในการเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาสู่เป้าหมายที่ 2% ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อปัจจัยชั่วคราวที่กดดันเงินเฟ้อได้จางหายไป พร้อมกล่าวว่าภาวะอ่อนแอของเศรษฐกิจทั่วโลกไม่มีแนวโน้มจะมีนัยสำคัญมากพอที่จะส่งผลกระทบต่อนโยบายการเงินของเฟด ตลาดหุ้นเอเชียอ่อนตัวลงเช้านี้ หลังตลาดหุ้นญี่ปุ่นร่วง ส่วนเรื่องกีดกันและริดรอนสิทธิ์ไม่ให้ผู้ถือหุ้นเข้าประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 เมษายน 2558 นั้น นางวทันยากล่าวว่า นโยบายของ กลต. คือการยกระดับตลาดทุนไทยไปสู่สากล แต่ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 150 วัน ที่การกระทำที่น่าอับอายและทำลายภาพลักษณ์ตลาดทุนไทยให้ถดถอย ยังเป็นที่ลอยนวล เราคงต้องรอความยุติธรรมจากหน่วยงานอื่น คงทนรอ กลต. ไม่ไหว เพราะความผิดครั้งนี้ของกลุ่มกรรมการและผู้บริหาร NMG เป็นความผิดที่ชัดเจนและโจ่งแจ้ง มิได้มีความซับซ้อนแต่อย่างใด กลต. มีหน้าที่ควรให้ความเป็นธรรมที่เท่าเทียมกัน อย่ากลัวในการกระทำสิ่งที่ถูกต้อง อย่าได้ยำเกรงผู้บริหารบริษัทมหาชนในคราบสื่อสารมวลชน เพราะหากไม่ลงโทษเนชั่นก็อาจเป็นการชี้นำให้บริษัทจดทะเบียนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงการเปิดเผยจีดีพีขั้นสุดท้ายช่วงไตรมาส 2/2558, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือนก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ตลาดหุ้นเช้านี้ยังผันผวนอิงทางลงต่อ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลง รวมถึงการตั้งสำรอง 100% ของธนาคารเจ้าหนี้ กรณี SSI ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และประสบปัญหาการขาดทุน ส่งผลให้มีการปรับประมาณการกำไรในปีนี้ของกลุ่มธนาคารลงอีกราว 3,000 ล้านบาท,ส่วนด้าน SET50 DW ปริมาณซื้อขายยังสูงต่อเนื่องนำโดย S5028P1510A และ S5028C1510A เป็นจำนวน 84.9 และ 72.4 ล้านหน่วย ตามลำดับ ทั้งนี้ตารางราคาของ SET50 DW28 ที่ซื้อขายสุดท้ายในเดือน ต.ค. และ พ.ย. จะเริ่มใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50Z15 เป็นตัวเปรียบเทียบตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 กันยายน นี้เป็นต้นไปนางเยลเลนแสดงความคิดเห็นดังกล่าวดังกล่าวที่เมืองแอมเฮิร์สท์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งประธานเฟดมีการบรรยายในหัวข้อ พลวัตเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน หรือ Inflation Dynamics and Monetary Policy ,โดยที่ผ่านมาบริษัทได้สร้างโอกาสให้ลูกค้าเอสเอ็มอีที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินมากมาย การปล่อยสินเชื่อของบริษัทมีรูปแบบที่หลากหลาย และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ไม่มีค่าบริการอื่นแอบแฝง ตอบสนองความต้องการลูกค้าเอสเอ็มอีได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งทำให้พอร์ตลูกค้าเอสเอ็มอีขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมาย โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ยอดปล่อยสินเชื่อรวมในทุกผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 2,231.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีก่อนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พบว่าอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในการเข้าไปลงทุนทำธุรกิจ ได้แก่ อุตสาหกรรมเพาะปลูก อุตสาหกรรมการแปรรูปพืชผลทางการเกษตร รวมไปถึงอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้แรงงานในการผลิต อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม นอกจากนี้ ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและภาคบริการบางส่วนที่เกี่ยวข้องของบังกลาเทศเริ่มมีการขยายตัวและมีศักยภาพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายภาครัฐ ประกอบกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศที่มีความสวยงาม ยังไม่ถูกทำลาย และเหมาะแก่การท่องเที่ยวบริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGPRO ระบุว่า จากข่าวเมื่อวันที่ 25-27 ก.ย.58 เกี่ยวกับประเด็นที่มีกลุ่มทุนใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น บริษัทนิปปอน สตีล ศึกษารายละเอียดร่วมทุน และซื้อบิ๊กล็อตหุ้น TGPRO ที่ราคา 0.62 บาทต่อหุ้น ,ระดับราคาได้มีสัญญาณ Reversal Pattern หลังจากตกลงมาอย่างแรงตอนนี้มาถึงความแรงของการมี Technical Rebound ถ้าหากผ่าน 478.00 บาทจะเป็นสัญญาณซื้อรูปแบบ V-Shape และจะมีแนวต้านเป้าหมายถัดไปที่ 504.00 บาทเป็นอย่างน้อยพื้นฐาน SCC ไม่เปลี่ยน การปรับลดลงเป็นโอกาส ซื้อ : SCC ปรับลดลงแรงตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยเรายังไม่เห็นปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงไป โดย:-ประเมินดัชนีมีแนวโน้มทรงตัวในแดนลบ เราประเมินแนวรับในช่วงบ่ายที่ระดับ 1,360 จุด แนะนำสะสมกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ , ธุรกิจส่งออก และกลุ่มท่องเที่ยว จากที่จะได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ค่าเงินบาทในช่วงเช้าทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปี และสำหรับการเก็งกำไรในระยะสัปดาห์เราให้น้ำหนักไปที่กลุ่มอสังหาฯและรับเหมาก่อสร้าง โดยเลือก AP, SPALI, ITD, CK, STEC, UNIQ เป็นหุ้นเด่นนางปิยะนุช กล่าวว่า บริษัทยังได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเป็นการภายในอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นผู้ให้บริการเกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ขยับไปสู่การรองรับกระแสดิจิตอล ไลฟ์ ซึ่งครอบคลุมธุรกิจ 5 ด้าน นั่นคือ การสื่อสาร ,ความบันเทิง, ด้านความปลอดภัย ,ด้านเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกสบาย และด้านการเงิน หลังจากที่ AIS ผู้ให้บริการเครือชั้นนำซึ่งเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของ TWZ ประกาศวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำดิจิตอล ไลฟ์ โดยเชื่อว่าการปรับตำแหน่งธุรกิจของ TWZ ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของดิจิตอล ไลฟ์ จะสามารถผลักดันให้บริษัทฯ มีโอกาสในการเติบโตอย่างมีศักยภาพสูงขึ้นjokerslotdepositpulsatanpapotongan , Consensus คาดกำไรสุทธิปี 58-60 ขยายตัวแข็งแกร่งที่ อัตราเฉลี่ย 25% ต่อปีขณะที่บริษัทคาดว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ที่ 4-5% หรือเติบโตไม่น้อยกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP) ประเทศ จากปีก่อนที่มีรายได้ 806.98 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้รายได้เติบโตไปแล้วถึง 8% หรือทำรายได้ราว 444.40 ล้านบาทTRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,713.20 ล้านบาท ปิดที่ 9.65 บาท ลดลง 0.35 บาทสำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4/58 จะดีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ยังรอดูผลจากมาตรการดังกล่าว ก่อนที่จะทบทวนคาดการณ์การเติบโตของความต้องการใช้ปูนซิเมนต์ในประเทศในปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 3% ทั้งนี้ คาดว่าภาพรวมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 58 จะมีชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยไม่ต่ำกว่า 1.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 22.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่านักท่องเที่ยวจีนระดับบนจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยในปีนี้ประมาณ 3.8 แสนคน ซึ่งมีแนวมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไปSET แกว่งตัวลบ ตลาดไร้ปัจจัยชี้น าใหม่ ขณะที่เงินบาทกลับมาอ่อนค่าในรอบ 6 ปีครึ่งแตะ 36.29 บาท/ดอลลาร์วิตกการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกหนุนแรงซื้อดอลลาร์ด้านตลาดภูมิภาควันนี้ สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ปิดท าการในวันฮารีรายอ ขณะที่แถลงการณ์ของอีซีบีคืนวานไม่มีผลต่อตลาด โดยอีซีบีต้องใช้เวลาก่อนตัดสินใจจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนประเด็นวันนี้ติดตามการแถลงสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มหาวิทยาลัยแมสซาชูเซทส์แอมเฮิร์ส จะส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งยอดขายบ้านใหม่และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ส.ค. รวมทั้งยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ส่งผลให้ SET ปิดตลาดที่ระดับ1,367.70 จุด ลบ 7.47 จุด (-0.54%) มูลค่าการซื้อขาย 19,501 ล้านบาท。

Insights from Russell Hsiao.

China-US Rivalry: The Taiwan Factor
Credit: Office of the President, ROC (Taiwan)

The Diplomat author Mercy Kuo regularly engages subject-matter experts, policy practitioners, and strategic thinkers across the globe for their diverse insights into U.S. Asia policy.?This conversation with Russell Hsiao – executive director of Global Taiwan Institute, senior fellow of The Jamestown Foundation, and adjunct fellow at Pacific Forum – discusses the U.S. approach to Taiwan, and how it factors into the China-U.S. relationship.

Compare and contrast the Trump and Biden administration’s approach to Taiwan.

Despite President Trump’s unpredictability and indifferent attitude toward Taiwan, there were many substantive advances in U.S.-Taiwan relations under his administration. These advances are primarily a function of the fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China toward competition and recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. Although senior personnel appointments do matter, there are more consistencies than change in the two administrations’ fundamental approach to Taiwan in large part due to these macrolevel changes—even though the means do differ.

The Biden administration has for now maintained many of the features of the previous administration’s approach to Taiwan such as visible support for and measures to expand contacts with Taiwan to push back against the PRC’s growing pressure campaign. The most distinguishable feature between the two administrations’ approach is in President Biden’s focus on strengthening ties with allies and partners based on shared values and thereby collectively restraining Chinese malign behaviors rather than seeking to counter the PRC through unilateral exertion of U.S. military and economic power.

Explain the rising stakes of the “Taiwan factor” in China-U.S. rivalry and global affairs.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S.-China rivalry is growing in tandem with increasing cross-strait tensions, so the stakes are clearly increasing. However, we should also be careful not to overstate the pace of change or assume overly deterministic outcomes based simply on current trends. The dangers of overreacting could stoke a crisis and be potentially as destabilizing as not responding to China’s increasingly aggressive behaviors. The fact of the matter is that growing U.S.-China rivalry will increasingly make Taiwan a factor in overall U.S.-China strategic competition and increasing cross-strait tensions are naturally creating more alignments between Washington and Taipei.

As the points of friction over the Taiwan Factor increase, the risk of miscalculation also increases. The culmination of events could lead to deepening resentments that are already apparent, which would make it very difficult to find off-ramps on either side should a crisis erupt. Yet, competition does not necessarily have to lead to conflict. In order to prevent such an outcome, Beijing should engage in faithful dialogue with the democratically elected leaders of Taiwan before views on the island harden ever more so against Beijing.

Assess the impact of the Taiwan Factor on the G-7 Summit. ?

Taiwan is increasingly seen as the canary in the coal mine for China’s neighbors and particularly democracies for the corrosive effects of China’s growing military, economic, and political influence on the world stage. Beijing’s aggressive tactics such as its intensifying gray zone activities against Taiwan in the economic, political, and military sphere are now being increasingly felt by other countries and businesses. This has laid bare the fact that China’s militarization, coercion, and intimidation may not end with Taiwan.

These perceptions have been amplified manifold against the backdrop of the COVID-19 pandemic, in which the G-7 governments – bound by shared values as open, democratic, and outward-looking societies – have taken note of democratic Taiwan’s exclusion from international health efforts as a result of authoritarian China’s recalcitrance, which prevents the strengthening of cooperation on issues of global concern that is vital to ensure inclusive processes in international organizations.

Explain Taipei’s strategic calculus in engaging the Biden administration to mitigate cross-strait crisis or conflict.

Without endogenous deterrence capabilities like nuclear weapons, Taiwan on its own will have no choice but to fight a losing battle or be coerced to accept Beijing’s terms for negotiations on unification. Washington therefore plays a critical role as a balancer and provides Taipei with the confidence it needs to engage China in cross-straits relations.

While there are growing and compelling calls for Washington to move toward “strategic clarity,” there is little that Taipei can do to force a change in this consideration barring a unilateral move to radically move away from the status quo – it hasn’t done so and arguably need not do so now, since there is greater alignment of interests between Washington and Taipei than ever before since the change in diplomatic ties in 1979.

What is the impact of anti-Asian American and anti-China sentiment on U.S. policymakers’ decision-making process on Taiwan policy and the U.S.-China competition??

The changes in the U.S. approach toward Taiwan have been primarily driven by a fundamental bipartisan shift in the U.S. approach to China and the recognition of Taiwan’s strategic importance in the Indo-Pacific region. This shift in mindset was underscored by Assistant Secretary of State for East Asian and Pacific Affairs David Stilwell in 2020 when he stated: “While they may be interrelated, our relationship with Taiwan is not a subset of our bilateral relationship with the PRC.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

U.S. policymakers need to be mindful of the potential effects of anti-China sentiments and negative externalities resulting from its conflation to anti-Asian American sentiments. It is critical that when the U.S. government externally communicates its policy of strategic competition with China, it is properly focused, precise about the malign behaviors, and conscientiously referring to the party-state led by the Chinese Communist Party (CCP). And, most importantly, at the same time as it is talking to its allies and like-minded partners, it should also try to communicate with the people within China, and even more importantly with the domestic audience at home so that the people can have a better understanding about the nature of the challenge.