Trans-Pacific View | Society

ผลบอลสดตุรกี: How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America

slotที่ดีที่สุดparadox,ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไรในระยะสั้น แต่โครงสร้างหลักยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องแนวรับ 11.00-11.10 บาทอย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายปรับตัวขึ้นสูงมาก ส่วนหนึ่งอาจเพราะหลักทรัพย์ถูกนำเข้าไปคำนวณใน MSCI Global Small Cap โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.นี้ และเป็นหลักทรัพย์ที่มีโอกาสจะถูกนำเข้าไปคำนวณใน SET 100 เพราะมีคุณสมบัติที่ผ่านครบถ้วน ประกอบกับทีมงานก็ดำเนินธุรกิจด้วยความตั้งใจโดยตลอดอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสภาพคล่องทางการเงินของผู้ประกอบการหลายรายยังแข็งแรงดี และมีความสามารถในการจ่ายปันผลสูง (คาด Dividend Yield ของ ADVANC, INTUCH, DTAC จะยังสูงกว่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยโดยรวมที่ 3.5% อย่างมีนัยสำคัญ) ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ชุดใหม่ของธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (KKP) ในวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาทที่ระดับ BBB ในขณะเดียวกันยังคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของธนาคารที่ระดับ A- ด้วย โดยแนวโน้มยังคง Stable หรือ คงที่ การประกาศคว่ำบาตรของยูเครนที่มีต่อรัสเซียนั้น มีขึ้นหลังจากที่หลายชาติในกลุ่มตะวันตกได้คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียไปแล้วก่อนหน้านี้ จนทำให้ทางการรัสเซียประกาศปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ เป็นลดลง 3.3% จากเดิมที่คาดว่าจะลดลง 2.8%อนึ่ง ในปี 2557 บริษัทฯมียอดขายการเปลี่ยนสินค้า dead stock ให้กลับคืนสู่ตลาด เป็นจำนวนกว่า 80,000 คัน เป็นยอดหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 13,000 ล้านบาท สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) ADVANC มูลค่าสูงสุด 20.42 ลบ.KCE Trading แนวรับ 62.50 แนวต้าน 65.00, 66.50 ตัดขาดทุน 61.50,ส่วนสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนักวิเคราะห์คาดกันว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะพิจารณามาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมเดือนหน้า หลังจากที่นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB ได้กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ECB จะดำเนินการในสิ่งที่จำเป็น เพื่อที่จะกระตุ้นเงินเฟ้อ หากพิจารณาแล้วเห็นว่า นโยบายของ ECB ยังไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้、allslot88、ราคาหุ้นบริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือWINNERปิดตลาดอยู่ที่ 2.84 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 2.16% สูงสุด 2.92 บาท ต่ำสุด 2.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 32.15 ล้านบาท ,ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยซื้อสะสมจังหวะราคาหุ้นอ่อนตัว เพื่อหวังผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลในอัตราประมาณ 5.5-6.5% ต่อปี หุ้นเด่นเป็น INTUCH รองลงมาคือ ADVANC โดยทั้งสองบริษัทนี้มีจุดเด่นเรื่องปันผลสูง และฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดย ADVANC มีหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำเพียง 0.4 เท่าและ INTUCH มีฐานะเป็นเงินสดสุทธิTRUEZ15 ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงภาคบ่ายวันนี้ เหตุนลท.วิตกการเมืองตุรกี-หมีขาวช่วงบ่าย: คาดแกว่งบริเวณ 1,380-1,390 จุด ส่วนภาพรวมยังให้ติดตามบริเวณ 1,375 จุด หากไม่ต่ำกว่ามอง SET อยู่ในทางฟื้นตัวได้อยู่ โดยแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,386-1,392 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้ จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น ส่วนในทางกลับกัน หากต่ำกว่า 1,375 จุด จะกลับมาเป็นสัญญาณลบ และจะลงไปหา 1,360 จุด กลยุทธ์ การเก็งกำไร เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง โดยหากต่ำกว่า 1,375 จุด เป็นสัญญาณขายลดพอร์ต ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ ASEFA (รับ 5.75 ต้าน 6.20 cut 5.60) และ WINNER (รับ 2.88 ต้าน 3.10 Cut 2.80)ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณ คัดเลือกหุ้นที่อยู่ใน Coverage ที่สามารถคาดหวังผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ได้ในระดับที่น่าพอใจ (สูงราว 4% ขึ้นไป) มีการจ่ายปันผลเป็นเงินสดสม่ำเสมอในรอบ 7 ปีหลังสุด,ความเห็น: แรงเหวี่ยง 13.20; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 12โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรการเพื่อเข้าซื้อกิจการ กว่า 10 ราย โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 59 อย่างน้อย 1 ราย ซึ่งการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดมีหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น โครงการอสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า และโรงแรม。

อนึ่ง อมตะ วีเอ็น ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีธุรกิจหลักคือ การพัฒนาและประกอบกิจการนิคมอุตสาหกรรมและกิจการที่เกี่ยวเนื่องในประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบัน ดำเนินธุรกิจโดยบริษัทย่อย 2 บริษัท คือบริษัท Amata (Vietnam) Joint Stock Company ( อมตะ เวียดนาม ) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 89.99 ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว และ Amata City Long Thanh Joint Stock Company ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ และ อมตะ เวียดนาม ในสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 35 และร้อยละ 65 ตามลำดับประกอบกับ TTL ได้หยุดการผลิตและการดำเนินงานด้านสิ่งทอซึ่งเป็นส่วนงานเดียวของกิจการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลให้ TTL ไม่มีการประกอบธุรกิจหลัก และเข้าข่ายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีสินทรัพย์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดในรูปเงินสดหรือหลักทรัพย์ระยะสั้น (Cash Company) ซึ่งบริษัทจะต้องดำเนินการให้มีธุรกิจที่มีคุณสมบัติที่จะจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 12 เดือนนับแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้รับรายงานแสดงฐานะการเงินที่ถูกต้องครบถ้วนหลังจากการจำหน่ายสินทรัพย์ของบริษัท โดยปัจจุบัน TTL อยู่ระหว่างสรรหาธุรกิจใหม่ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปส่วนเรื่องการสิ้นสุดบริการชั่วคราวที่บริษัท ทรู มูฟฯ ขอให้ กทค. ทบทวน แม้บริษัทฯ จะส่งหนังสือเข้ามาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ก่อนกำหนดวัน ซิมดับ แต่การที่ กทค. จะพิจารณาเรื่องนี้ในบ่ายวันที่ 26 พฤศจิกายน ก็ย่อมไม่อาจยับยั้ง ซิมดับ ได้ ต่อให้ กทค. เปลี่ยนแปลงมติก็ตาม ถึงอย่างไรการสิ้นสุดบริการต้องเกิดขึ้นก่อนแล้วตั้งแต่เที่ยงคืนของวันลอยกระทง (25 พฤศจิกายน) มิเช่นนั้นก็เท่ากับมีการฝ่าฝืนให้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแนวรับ 4.74-4.80 บาท ,ดัชนี 1,385.48 จุด เปลี่ยนแปลง +0.56 จุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองการฟื้นตัวของมูลค่าการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2558 นี้ มีความเสี่ยงที่จะติดลบมากกว่าร้อยละ 5.0 ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการไว้สำหรับกรณีพื้นฐาน วันนี้บาทคงแกว่งแคบๆ ตลาดทางฝั่งสหรัฐฯ ก็หยุดทำการในวันขอบคุณพระเจ้า คงต้องไปรอดูสัปดาห์หน้าว่า ECB จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มหรือไม่ นักบริหารเงิน กล่าว,ความเห็น: แรงเหวี่ยง 13.20; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 12 BMCL บวกสวนตลาด เล็งครม.เห็นชอบรวมกิจการในธ.ค.นี้ “ซื้อ” เป้าถัดไป 2.72 บ.,ทั้งนี้ ในไตรมาส 4-1 เป็นระยะ high season ดังนั้น ประเมินว่ารายได้ยังคงดูดี และการที่ผลประกอบการเด่นอย่างนี้ทำให้ค่า PE ต่ำเพียง 11 เท่า สำหรับกลุ่มอาหารถือว่าถูก จึงไม่แปลกใจที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวแปลกๆ มีโวลุ่มสะสมรอบ 2 week นี้เพิ่มขึ้นมาอย่างผิดสังเกต ราคาพื้นฐานถ้าประเมินที่ PE 15 เท่า ราคาควรจะอยู่ราว 3.80 บาท ราคาตรงนี้ถูกเกินไปล่ะ , STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 11.20 ลงไปบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน จำกัด (มหาชน) หรือ CHO ระบุว่า บริษัทเตรียมส่งมอบรถโดยสารขนส่งมวลชนโครงการ GREEN SMART CAMPUS PROJECT ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 21 คัน มูลค่าหลายสิบล้านบาท ภายในเดือนธันวาคมนี้ พร้อมทั้งยังได้สัญญาบริการครบวงจร เป็นระยะเวลา 11 ปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ให้มั่นคงในระยะยาวด้วยราคาปิด 11.20 แนวรับ 11 , 10.60-10 แนวต้าน 11.30 , 11.50-11.80นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธุรกิจเพื่อสุขภาพ โดยหุ้นไฟเซอร์ พุ่งขึ้น 2.8% หุ้นอัลเลอร์แกน ปรับขึ้น 2.9% หลังจากไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ของสหรัฐ หลังจากมีรายงานว่า ไฟเซอร์ทุ่มเงินมูลค่า 1.60 แสนล้านดอลลาร์เพื่อควบรวมกิจการกับบริษัท อัลเลอร์แกน พีแอลซี ของไอร์แลนด์ โดยข้อตกลงระบว่าจะมีการก่อตั้งบริษัทเวชภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือบริษัทไฟเซอร์ พีแอลซีมูลค่าการซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์(Total DW Turnover) 2,491.39 ล้านบาทSTOP LOSS สถานะ Short ถ้า TRUEZ15 ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุผ่าน 9.00 บาท กลับขึ้นไป?นางสาวจรีพร กล่าวอีกว่า ในปี 59 หลัง HEMRAJ มีการควบรวมกับ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) แล้ว ในส่วนของ WHA จะมีรายได้รวมแตะ 20,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่รวม 2 บริษัทมีรายได้รวมที่ 11,000 ล้านบาท โดยปี 59 บริษัทจะขายกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ขอ HEMRAJ มูลค่ากองกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเลื่อนจากเดิมที่คาดจะขายปลายปีนี้อนึ่ง ในปี 2557 บริษัทฯมียอดขายการเปลี่ยนสินค้า dead stock ให้กลับคืนสู่ตลาด เป็นจำนวนกว่า 80,000 คัน เป็นยอดหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 13,000 ล้านบาทโครงสร้างราคา S ปรับลงลึกและแรงจนเข้าแนวรับของแนวโน้มที่เป็นขาขึ้นและ Fibonacci 76.4% ประกอบกับสัญญาณ Oversold ทาให้เชื่อว่า S มีโอกาสเกิด Technical Rebound ได้。

Trump’s encouragement of white supremacy and his strident anti-China rhetoric proved a toxic combination for Asian Americans.

How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America
Credit: Official White House photo by Tia Dufour

If there is anything that can be more callous, more vicious, and more capable of gripping and crushing people’s hearts during the pandemic than the COVID-19 virus, hate crimes and xenophobic violence against racial minorities and vulnerable groups are definitely at the top of the list.

Anti-Asian violence has surged in the United States during the COVID-19 pandemic and the trend has yet to show any significant signs of abating. A large number of verbal and physical attacks against Asian Americans have been reported, especially since last year. The most notorious example was the mass shooting in Atlanta on March 16, when Robert Aaron Long, a 21-year-old white man, killed eight people, of which six were Asian women. In a news report covering this cold-blooded shooting, Australia Broadcasting Corporation (ABC) said the shooting brought new urgency to the outrage against former President Donald Trump’s racist rhetoric against Asian Americans, and particularly Chinese Americans.

According to the Pew Research Center, Chinese Americans are the largest Asian origin group in the U.S., making up 23 percent of the country’s Asian population, or 5.4 million people. Asian Americans are projected to be the nation’s largest immigrant group by the middle of the century.

But now anger, fear, uncertainty, and loss are gripping many Asian American communities in the United States. According to another Pew Research survey in April 2021, 32 percent of Asian adults who participated in the survey say they have feared being threatened or physically attacked, while 81 percent say violence against Asian Americans is increasing. One in five U.S. Asians cites former President Donald Trump as the main reason for the rise in violence against Asian Americans.

On many issues, including immigration and race, Donald Trump has ignited intemperate anger in many Americans, some of whom seem to hold very xenophobic or even extremist stands and viewpoints. Alejandro Mayorkas, the U.S. secretary of homeland security, claimed that domestic violent extremism poses the most lethal and persistent terrorism-related threat to the United States today. The brutality and the widespread fear it created in many Asian communities in the U.S. suggest that hate crimes in the form of random, unprovoked, and undifferentiated violence against Asian Americans should be considered a part of the threat Mayorkas mentioned.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In the present reality, if you are an ethnic Asian who happens to live in the United States, you may need to watch over your shoulder even when going out jogging or shopping.

“Hate crimes were on the rise even before COVID,” Dr. John Merrill, a non-resident scholar at George Washington Institute for Korean Studies, George Washington University, told The Diplomat in an interview. “A large part of the blame was Trump’s habitual use of racially charged expressions.”

Many have cited former President Trump as one of the top reasons for the widespread and rapid growth of violence against Asian Americans, especially since the outbreak of the COVID-19 pandemic.

According to a recently released report by the Center for the Study of Hate & Extremism at California State University, San Bernardino, anti-Asian hate crimes in 16 of the largest U.S. cities increased 145 percent in 2020. Quoting FBI data, the report indicates that anti-Asian hate crime incidents surged notably during the Trump administration after an overall and continuous drop since the mid-1990s.

Even though the World Health Organization has made it clear that place-specific disease names could provoke a backlash against members of particular religious or ethnic communities and may bring serious consequences for peoples’ lives and livelihoods, Trump and several members of his administration repeatedly used very racist terms in addressing the COVID-19 pandemic. That did not happen in a vacuum: U.S. domestic xenophobic resentments had been on the rise even before the pandemic, especially since Trump took office. As Angela Gover, Shannon Harper, and Lynn Langton pointed out in a paper published in the American Journal of Criminal Justice, the prejudiced attitudes and actions on the individual level may be significantly reinforced by institutional-level support during times of crisis or great change, including the coronavirus pandemic.

A peer-reviewed journal, the American Journal of Public Health, has also published a study on the association of Trump’s racist tweets with anti-Asian sentiments. The study, which was conducted by a group of scholars at the University of California San Francisco, claims that “When comparing the week before March 16, 2020, to the week after, there was a significantly greater increase in anti-Asian hashtags associated with #chinesevirus compared with #covid19.” According to the study, Trump’s tweet about the “Chinese virus” on that date “was directly responsible for a major increase in anti-Asian hashtags… and the use of terms like ‘Chinese virus’ and ‘kung flu,’ which Trump publicly said at a rally in June (2020), have come alongside a rise in racist sentiment toward Asians in the U.S.”

Also, Elliot Benjamin, a scholar at Capella University at Minneapolis in Minnesota, examined the relationship between Trump and the coronavirus pandemic in the context of xenophobia against Asian Americans. Benjamin pointed out that many of the statements and policies by Donald Trump are “completely antithetical to the basic premises of humanistic psychology that involve engaging in empathic, authentic relationships with people.”

Trump himself, predictably, resisted any responsibility, as the following exchange, from a press conference in March last year, reveals:

Question: What’s the concrete measure that you’re taking to combat the hate crimes against Asian (Americans)?

THE PRESIDENT: Well, I don’t know. All I know is this: Asian Americans in our country are doing fantastically well.

How could Trump’s words and deeds, particularly his name-calling and finger-pointing amid the pandemic, lead to such a shocking rise in Anti-Asian hate crimes? Trump’s comments must be seen in the context of his embrace of white supremacy as a weapon in his war against everything and everyone he dislikes, including the non-white immigrants and minority racial groups.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In an analysis for CNN, Vivien Tsou, national field director for the National Asian Pacific American Women’s Forum, argued that Asian Americans “did not face distinct peril but were targeted by the same forces of hate endured by Black Americans.” As Tsou said, “it all stems from White Supremacy.” The analysis also pointed that “even though Trump is no longer in office, much of the Republican Party can’t shake its relish for raising the specter of outsiders – often people of color – while hinting that they threaten majority White American culture.”

“[H]ate crimes against newly arrived immigrants have been around for a long time. Over the years, different minorities were targeted – whether they were Chinese, Irish, Italian, or Jewish-American,” Merrill told The Diplomat. “When there were fears about a new contagious disease and if the public perceived an association with a specific ethnic group, existing prejudices were exacerbated and hate crimes increased. In recent years, we’ve seen this happen with AIDS and Haitians; SARS and Chinese; and Ebola and West Africans.”

As a maverick political figure with a sizeable popularity base, Trump’s words and deeds, even when they shock the conscience, often generate lasting consequences. For example, amid all the finger-pointing at China and allegations that the Chinese are stealing American jobs, Trump and his administration started an unprecedented trade war with China. This has yet to bring many jobs back to the United States, however, as it is U.S. companies themselves, driven by the force of market competition, that are “stealing” American jobs.

More recently, by constantly blaming China for the pandemic, using racist terms like “Chinese virus” and “kung flu,” Trump reignited and further aggravated the long-held and deeply entrenched xenophobic resentment in U.S. society, which he and his party could use for various political ends. It’s notable that, when the U.S. House of Representatives passed a non-binding resolution in September 2020 to denounce anti-Asian racism, including terms like the “Wuhan virus,” 164 Republicans voted against it, and only 14 voted in favor. More recently, Congress overwhelmingly passed new legislation addressing the rise in hate crimes against Asian Americans. Every single vote against the bill came from Republicans.

For now, it appears that Trump has left Biden with an overall acceptable blueprint and framework for approaching relations with China, now perceived as the United States’ primary peer competitor. But with respect to fighting the pandemic and especially dealing with the surging domestic racial conflicts and hate crimes, including those against Asian Americans, Trump has left the Biden administration a complete mess. The big problem is how to fight rising attacks and harassment against racial groups amid cresting white nationalism and domestic extremism. To note, the number of hate incidents reported to Stop AAPI Hate, an organization created in 2020, increased significantly from 3,795 to 6,603 during March 2021.

Merrill was encouraged by the recent legislation, calling it “a good first step in reducing Anti-Asian hate crimes.” But he expressed concern that “the current wave of anti-Asian violence will end only when the pandemic is over.”

“Conceivably, it could even get worse before it gets better, especially if the lab-leak theory of COVID’s origin gains more traction,” Merrill added.

Indeed, even as I was working on this article, my cellphone suddenly alerted me that a 55-year-old Chinese woman had been “knocked out in unprovoked attack in NYC’s Chinatown” on June 1.