Flashpoints | Politics | East Asia

ลงทะเบียนฟรี มือถือฟรี: Was Taiwan Ever Really a Part of China?

บา ค่า ร่า mm88win,RCI (Bt 3.18 เป้าเทคนิค 3.30-3.50 cut loss ถ้าหลุด 3) PSL มีแผนขายเรือออกอีก 12 ลำ-เล็งซื้อเรือใหม่ 5 ลำภายใน 1-2 ปี,ราคาหุ้นธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 42 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 5.66% สูงสุดที่ 42 บาท ต่ำสุดที่ 40 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 130.20 ล้านบาท กลยุทธ์พอร์ตระยะสั้น: รอซื้อช่วงอ่อนตัว โดยคงพอร์ตไว้ที่ 40% ขณะเช้านี้ทำกำไร TVT ได้ที่ 1.89 บาท สามารถซื้อ MTLS ได้ที่ 20.8 บาท ชอร์ต TTA ได้ที่ 7.8 บาท ขณะยังซื้อ TISCO ไม่ได้ โดยยังถือสถานะหุ้น INTUCH, PLAT และ BH ต่อไปเริ่มต้นปี 59 นั้นทำท่าจะสวยหรู เมื่องบการเงินเริ่มสะอาด และประกาศดอกแรกคือการขายโรงไฟฟ้าชีวะมวลให้กับกลุ่มน้ำตาลมิตรผลมูลค่าสูงถึง 510 ล้านบาท ซึ่ง PLE มีสัดส่วนการถือราว 57% คาดว่ากำไรที่จะตกแก่บริษัทราว 200 ล้านบาท รับรู้ทางบัญชีใน ไตรมาส1/59 นี้เลย ขณะที่ backlog ในมือตอนนี้น่าจะมีสูงระดับ 8 พันล้านบาท และหากทำอย่างพอดีกิน ก็จะส่งผลให้กำไรในปีนี้เติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ ถ้าเรายึดตัวเลขกำไรขั้นต่ำที่ 200 ล้านบาทนี้เป็นเกณฑ์ไว้ก่อน จะทำให้บริษัทมี EPS ที่ 0.18 บาท ,นายอภิเชฐ กล่าวต่อว่า สำหรับเงินลงทุนต่างๆที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบนและอนาคตนั้น บริษัทฯจะไม่มีการเพิ่มทุนใหม่อย่างแน่นอน โดยปัจจุบันบริษัทฯมีเงินสดอยู่ในมือราว 600-700 ล้านบาท และยังมีหุ้นกู้ที่ทางบริษัทฯได้ขอจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นไว้ 2,000 ล้านบาท รวมไปถึงยังมีกองทุนต่างชาติให้ความสนใจ และพร้อมปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทฯเพิ่มเติมด้วยโดยในไตรมาส 4/58 บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 1,456 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 96% จากไตรมาสก่อน และ 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไม่มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก ในไตรมาส 4/58 แต่ยังมีผลขาดทุนสุทธิเพราะมีการบันทึกภาระดอกเบี้ยค้างจ่ายในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ คลัง เผยหนี้สาธารณะคงค้าง สิ้นธ.ค. คิดเป็น 44.36% ของ GDPอย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้จะลดลง แต่ AIT ยังคงยึดนโยบายการจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง โดยไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท เท่ากับบริษัทฯ จ่ายเงินปันผลรวมทั้งปี 2558 ในอัตราหุ้นละ 2.05 บาท โดยบริษัทฯ กำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 25 เดือนเมษายน ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 เดือน เมษายน 2559 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 พฤษภาคม 2559โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่คาดว่าจะเพิ่มงบลงทุนระบบไอทีเพิ่มเติมจึงเป็นโอกาสของ AIT ที่จะเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเพิ่มมูลค่างานในมือที่จะทยอยส่งมอบให้มากขึ้น, RPC ปลื้ม! ปี 58 พลิกกำไร 100.22 ลบ. หลังต้นทุนขาย-ค่าใช้จ่ายลดลง SET ภาคเช้าร่วงแรง 13 จุด เจอแรงขายหุ้นใหญ่ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนธ.ค.ปรับตัวลง 1.7% จากระดับเดือนพ.ย. ซึ่งถือเป็นการปรับลดการทบทวนลงมากกว่าระดับการทบทวนเบื้องต้นที่ 1.4% โดย BOJ ได้เริ่มบังคับใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในวันนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะจัดการกับภาวะเงินฝืด ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงขาลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกหุ้นกลุ่มค้าปลีกดีดตัวขึ้น โดยหุ้น Amazon.com และหุ้นโฮม ดีโปท์ ต่างก็ปรับตัวขึ้น 2.6% หุ้นไพรซ์ไลน์ กรุ๊ป ทะยานขึ้น 5.3% และหุ้นทาร์เก็ต คอร์ป ปรับขึ้น 2.2% หุ้นกรุ๊ปปอง อิงค์ ทะยานขึ้น 41% หลังจากมีรายงานว่าบริษัทอาลีบาบา โฮลดิงส์ ได้เข้าซื้อหุ้น 5.6% ในกรุ๊ปปองโอนให้ 1.นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน 2.นางประไพ กุลศิริ 3. นางสาวอภิญา วัธนเวคิน 4.นางอุดม วัธนเวคิน 5.นางสาวหนึ่งฤทัย วัธนเวคิน /(ผู้รับมรดก)บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 สหรัฐ : 19 ก.พ.59 รายงาน CPI โดย Head Line CPI ตลาดคาดไว้ที่ 1.2% ส่วน Core CPI คาดไว้ที่ 2.1%นอกจากนี้ ได้ประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดจำนวน 0.1575 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 3 พ.ค. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พ.ค. 2559 ,S50H16/803.00บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์(17 ก.พ.)ว่า ใกล้สิ้นสุดการรายงานงบ 4Q58 ปลายเดือนนี้ หลังจากนี้บริษัทจดทะเบียนน่าจะทยอยประกาศการจ่ายเงินปันผล โดยหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลที่ดี ราคาหุ้นมักจะเคลื่อนไหว หรือตอบสนองในด้านบวกก่อนล่วงหน้าประกาศจ่ายเงินปันผลเสมอ (เท่ากับได้ผลตอบแทน 2 ต่อคือ เงินปันผลจ่าย และ capital gain) โดยจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี พบว่า ราคาหุ้นที่จ่ายปันผลปีละครั้ง มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าหุ้นที่จ่ายปันผลปีละ 2 ครั้งเสมอ?นายนพดล กล่าวอีกว่า ปตท.ยังมองโอกาสการทำคลัง LNG ในรูปแบบ FSRU (Floating Storage Regasification Unit:FSRU) ในฝั่งเมียนมาร์ และภาคใต้ของไทย เพื่อรองรับปริมาณก๊าซฯจากเมียนมาร์และก๊าซฯจากแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) ที่จะทยอยลดลงตามสัญญาในอนาคต ขณะที่ขีดความสามารถของท่อส่งก๊าซฯยังคงมีอยู่ ซึ่งจะทำให้สามารถจัดส่งก๊าซฯจากเมียนมาร์มาให้กับโรงไฟฟ้าทางฝั่งตะวันตกของไทยได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดส่งก๊าซฯให้โรงไฟฟ้าจะนะทางภาคใต้ได้อย่างต่อเนื่องด้วยขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงทำให้มีผลขาดทุนจากสต็อกผลิตภัณฑ์รวม แต่เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงที่ดีทำให้ในปี 58 มีผลขาดทุนจากสต็อกฯรวมเพียง 957 ล้านบาท สิ้นวัน นักลงทุนซื้อสุทธิใน SET50 Put ต่อเนื่องอีกกว่า 31 ล้านหน่วย นำโดย S5028P1604A 26.3 ล้านหน่วย และ S5028P1603A 5.0 ล้านหน่วย เป็นต้น ขณะที่นักลงทุนขายสุทธิเล็กน้อยได้แก่ ADVA28C1603A SCC28C1607A และ PTT28C1605A เป็นต้น。

STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 15.50 ลงไป,PTTGC ราคาปิด 53.00ทั้งนี้ ราคาหุ้นที่ข่าวหุ้นออนไลน์ได้ทำการสรุปมานั้น เป็นเพียงการสรุปตามความเคลื่อนไหวของราคาประจำวันที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งมีปัจจัยพื้นฐานที่คาดว่าจะส่งผลกระทบหรือหนุนราคาหุ้นนั้นๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่านโดยบริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมทั้งหมด 30 ปี เท่ากับ 3,846 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 30 ปีเท่ากับ 3,136 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30 ปี เท่ากับ 711 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดรับสุทธิ 124 ล้านบาท ซีพีเอฟ วางระบบบริหารจัดการนวัตกรรม ตามแนวทางของ CEN16555 โดยมีการพัฒนา นวัตกร อย่างต่อเนื่องตามแนวทางของ TRIZ และพัฒนาตัวแทนสิทธิบัตรภายในองค์กร โดยร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ทำให้องค์กรสามารถพัฒนาการบริหารจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ โดยในปีนี้สามารถสร้างนวัตกรรมเพิ่มได้กว่า 500 คน ตั้งเป้าอีก 3 ปีข้างหน้า จะสามารถสร้างนวัตกรได้มากกว่า 1,000 คน พร้อมวางงบด้านการวิจัยและพัฒนาไว้ประมาณ 1-2% เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม.MTL ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเครือข่ายทางธุรกิจ (franchise) ที่แข็งแกร่งของบริษัท นโยบายการกำหนดราคาที่มีความระมัดระวัง และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่ค่อนข้างดี โดยอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เฉลี่ย ที่ 3.8% ต่อปีในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับบริษัทประกันชีวิตอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ,การนำเข้า LNG ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.7 ล้านตัน ใกล้เคียงจากปีก่อนที่นำเข้า 2.6 ล้านตัน ซึ่งปริมาณการนำเข้า LNG ยังไม่มากนักเนื่องจากความต้องการใช้ไม่ได้มากตามแผน ขณะที่ปัจจุบันมีการนำเข้า LNG ตามสัญญาระยะยาวจากการ์ต้าจำนวน 2 ล้านตัน/ปี ซึ่งสูตรราคาอิงกับราคาน้ำมัน ส่วนที่เหลือเป็นการซื้อจากตลาดจร (spot) ซึ่งปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ราว 6-7 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ซึ่งมีนับว่ามีระดับต่ำอย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าค่าระวางเรือจะปรับตัวดีขึ้นในปี 60 เนื่องจากอุปสงค์และอุปทานในตลาดเดินเรือจะเข้าสู่จุดสมดุล เนื่องจากแนวโน้มปีนี้จะมีการปลดระวางเรือในระดับสูง และปริมาณเรือต่อใหม่ที่จะเข้ามาน้อยลง ,ขณะที่งบลงทุนอีกกว่า 7 หมื่นล้านบาทจะใช้รองรับการลงทุนธุรกิจใหม่ด้านบริการที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพโรงแยกก๊าซฯ ระบบโครงข่ายท่อก๊าซฯย่อย แต่สิ่งสำคัญหลักคือการลงทุนคลัง LNG แห่งที่ 2 ขนาด 7.5 ล้านตัน/ปี เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับภาครัฐถึงรายละเอียดและการจัดทำโครงการ เห็นว่าควรจะก่อสร้างในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง เช่นเดียวกับคลัง LNG แห่งแรก เพราะจะเป็นพื้นที่ที่สามารถบริหารจัดการก๊าซฯได้ดีที่สุด โดยโครงการจะต้องเร่งดำเนินการให้เร็ว เพราะการก่อสร้างจะใช้เวลา 6-7 ปี ขณะที่ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว ปี 58-79 (PDP 2015) จะมีโรงไฟฟ้าจากก๊าซฯเข้าระบบเพิ่มเติมในปี 64-65 ซึ่งทำให้ความต้องการ LNG ในช่วงนั้นจะเกิดระดับ 10 ล้านตัน/ปีแล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่าบนโลกออนไลน์ได้เผยแพร่คำสั่งของนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK ที่ได้ลงนามในคำสั่งเลิกจ้างนายศานิต คงเพชร ผู้จัดการแผนกรักษามาตรฐานการบินและนักบินผู้ควบคุมอากาศยาน โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและเงินใดๆ เนื่องจากได้จงใจกระทำความผิดร้ายแรงต่อบริษัทPTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,136.18 ล้านบาท ปิดที่ 61.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาทสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/58 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 4,128 ล้านบาท ลดลง 61% จากไตรมาสก่อน และ 71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปริมาณขายเหล็กรวม 2.46 แสนตัน จากการไม่มีรายได้ของการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก ขณะที่ปริมาณขายและราคาขายที่ลดลงของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนตามภาวะราคาเหล็กในตลาดโลกที่ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความกังวลของคู่ค้าในช่วงแรกของการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัท สำหรับหุ้นที่เด่นน่าสนใจ อันดับแรก KCE โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าในปี 59 จะเป็นปีที่บริษัทเติบโตอย่างมากหลังจากบริษัทจากการเปิดใช้โรงงานใหม่เฟส 2 ได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 1/59 ที่ช่วยประหยัดต้นทุนรวมถึงอัตราการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 59 จากความต้องการสินค้าที่มากขึ้นส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นมากเทียบกับปี 58 โดยจะเติบโตมากในช่วงไตรมาส 3/59 หลังจากค่าใช้จ่ายคงที่หมดลง ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่าปีนี้บริษัทจะมีกำไรสุทธิประมาณ 2,792 ล้านบาทเติบโต 26% เทียบจากปีก่อน ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้คาดว่าปี 59 จะเป็นปีที่โดดเด่นอีกปีหนึ่งของบริษัท จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 91 บาทราคาหุ้นบริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือEPCOปิดตลาดอยู่ที่ 5.60 บาท บวก 0.15 บาท หรือ 2.75% สูงสุด 5.70 บาท ต่ำสุด 5.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 18.99 ล้านบาทระยะกลางแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 13.90-16 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนาเก็งกาไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 13.80 บาท20.60 20.40,ก่อนหน้านี้ จีนประกาศตัวเลขนำเข้า-ส่งออกออกมาไม่ดี โดยตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค.58 ปรับตัวลง 6.6% ส่วนตัวเลขนำเข้าลดลง 14.4% กดดันให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงไป แต่เมื่อมีการประกาศปรับอัตราอ้างอิงค่าเงินหยว และแบงก์ชาติจีนยังออกมาปฏิเสธกระแสข่าวลือที่ระบุว่าจีนวางแผนควบคุมเงินทุนให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นจีนมีการดีดกลับขึ้นมาได้บ้างในช่วงแรกนั้น ดัชนีนิกเกอิดีดตัวขึ้นขานรับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ แต่หลังจากนั้นดัชนีนิกเกอิอ่อนแรงลงเนื่องจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะกรอบบน 113 เยนในการซื้อขายช่วงเช้านี้ นอกจากนี้ ดัชนีนิกเกอิยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ด้วยทั้งนี้ อมตะ เวียดนาม มีกำหนดที่จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นซึ่งรวมถึงบริษัทในวันที่ 29 เมษายน 2559 ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของบริษัท บริษัทจึงยังไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้นายอภิเชฐ กล่าวว่า บริษัทจะเริ่มมีรายได้จากธุรกิจรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ในช่วงปลายไตรมาส 1-ต้นไตรมาส 2 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้า 3-4 ราย MTL ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเครือข่ายทางธุรกิจ (franchise) ที่แข็งแกร่งของบริษัท นโยบายการกำหนดราคาที่มีความระมัดระวัง และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่ค่อนข้างดี โดยอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เฉลี่ย ที่ 3.8% ต่อปีในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับบริษัทประกันชีวิตอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับโครงการดังกล่าวปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ และปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/59 และสามารถติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จ พร้อมเริ่มเดินเครื่องผลิตในช่วงไตรมาส 3/59 นอกจากนี้ยังเตรียมศึกษาการผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการอีกจำนวนมากในตลาดโลกโดยจะเริ่มดำเนินการต่อเนื่องหลังจากการก่อสร้างโรงงาน 300 เมกะวัตต์แรกแล้วเสร็จHFT ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวยกฐานขึ้นในกรอบแนวโน้มขาขึ้น สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ย 7-14-21 วัน เรียงตัวตัดกันทำ Golden Cross เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่จุดสูงสุดเดิม 6.35 บาท หากผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 6.60 บาท。

John Cena’s apology is a good opportunity to look back at the historical reality of Taiwan’s status and identity over the last 200 years.

Was Taiwan Ever Really a Part of China?

Longshan Temple in Taipei, Taiwan.

Credit: Depositphotos

The actor and professional wrestler John Cena recently made news around the world for first referring to Taiwan as “the first country” where people would be able to see his new movie, “The Fast and the Furious 9,” then apologizing for an unspecified error in that statement when it brought a backlash from people within China.

Not to criticize Cena – indeed, I applaud him for his rare decision to learn Chinese and interact with native speakers in their own language – but these events nevertheless reveal important and persistent misunderstandings about Taiwan.

Cena’s apology highlights two things: the power of ideas – in this case, the idea that Taiwan is an “integral part of China’s historical territory” – and the geopolitical and economic power of countries like China to shape opinions and actions both domestically and around the world. These two forms of power coincided in these recent events. Let’s take this opportunity to better understand the history that lies behind such ideas, at a moment when Taiwan has received much deserved attention for its successful management of the COVID-19 pandemic.

The oft-repeated dictum about Taiwan’s territorial status was not widely held within China in 1895, the year that the Qing Dynasty ceded Taiwan, which it had annexed in 1684, to Japanese colonization. When Qing officials received Japan’s territorial demands in the wake of the First Sino-Japanese War, they ardently defended the Liaodong Peninsula, in Manchuria, as essential imperial territory, but viewed Taiwan as a shield that could be surrendered. Although some individuals insisted that Taiwan must be retained, or at least not surrendered to Japan, most viewed it as less important than Liaodong.

Taiwan’s relative standing reflected the fact that knowledge within the Qing government of Taiwan’s geography was so limited that it was not until the 1870s that serious efforts began to govern the majority of the terrain. Similarly, an official handbook for Fujian Province from 1871 presented a vague description for the location of Diaoyutai – today a hotly contested site that also often gets the label of “an integral part of Chinese territory since ancient times” – and described it as a place where “over a thousand large ships” could berth.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

These opinions and depictions do not suggest that Taiwan and its environs rose to the level of integral territory for Qing-era Chinese. Historians have shown that popular and official discussion of Taiwan as a part of China, and formal efforts to gain control of Taiwan by the government of the Republic of China (ROC) and its ruling Nationalist Party, originated in the 1930s and 1940s, within the context of anti-Japanese sentiment and war.

Within Taiwan itself, officials and elites expressed strong opposition to the act of incorporation into Japan’s empire and launched a number of rhetorical, diplomatic, and military endeavors to prevent this colonial occupation. However, some attempted to avoid colonization only by Japan and were amenable to annexation by Britain or France instead. More significantly, at the end of a two-year period in which, as stipulated by the Treaty of Shimonoseki that ended the war, all Qing subjects residing in Taiwan had the opportunity to decide if they would stay there or live in China, less than 10,000 out of roughly 2.5 million inhabitants had crossed over the Taiwan Strait. Thereafter, although both violent and non-violent resistance to the Japanese colonial regime remained a recurring feature of Taiwan’s history, it was couched in terms of preventing either encroachment into indigenous lands or the eradication of social and religious practices, and rarely if ever in the language of reunification with China. Taiwanese remained interested in China, of course, but as a source of inspiration for local cultural and political movements, an ancestral homeland to be visited, or a site for lucrative business activities. However, as the Taiwanese author, Wu Zhuoliu, highlighted with the main character in his novel, “Orphan of Asia,” many of the Taiwanese who went to China felt unwelcome there and disconnected from it.

In more historical terms, a number of scholars, including myself, have demonstrated the creation of distinctive Taiwanese identities during the years of Japanese rule. Far from following the intentions of Japanese assimilation policies, residents of Taiwan drew upon their cultural heritage, new professional and labor associations, globally circulating ideas of self-determination and participatory politics, and modern cosmopolitanism to forge new identities. They displayed their new consciousness in calls for independence from Japan, drives for voting rights and an autonomous legislature for Taiwan within the Japanese Empire, and a wide range of social and cultural behaviors, from local politics to social work to religious festivals. Some inhabitants focused on nationalism and political independence, whereas others concentrated on ethnic community within a pluralistic political entity. All of these behaviors clearly distinguished them from the Japanese settlers and the colonial government that attempted to transform them into loyal Japanese subjects. Instead, a majority of the population became Taiwanese, albeit in ways that excluded Taiwan’s indigenous peoples.

That they had not remained Chinese – at least not as people and the government in China defined that term during the early 20th century – became very clear to everyone on the scene soon after the end of World War II. Although the rhetoric of the ROC government stressed reunion and recovery, and used the term “retrocession” (guangfu) to describe Taiwan’s incorporation into its territory, government officials looked upon the Taiwanese as people who had been tainted by Japanese influence and needed to be remade as Chinese citizens.

Those Taiwanese themselves displayed genuine enthusiasm for the end of Japanese rule and the arrival of Chinese civilian and military representatives in October 1945, but quickly realized the vast distance between how they saw themselves and how they were perceived by the new governing regime. They had forged their identities in burgeoning modern metropolises and in relation to modern capitalist industries, and yet the Chinese government described them as backward. Those with roots in China had centered religious practices in their new identities to resist Japanese assimilation, and now the ROC government targeted those practices for suppression as pernicious traditions. Even though many Taiwanese learned the new national language of Chinese, as they had Japanese before, they felt no connection to the national struggles and heroes that they were now told to embrace.

All of these markers of separation were evident before 1947, when the divergence between Taiwanese and Chinese came into high relief during the 2-28 Uprising and its brutal suppression by Nationalist Chinese military forces, and the White Terror that began soon thereafter. Political opposition to the Nationalist Party and pro-independence sentiment went underground or overseas, but Taiwanese identities intensified. Although sharp divisions continued to exist between indigenous and non-indigenous populations, by the 1990s many defined “Taiwanese” to include both groups. Decades of single-party rule under martial law by Chiang Kai-shek’s regime did not effectively instill most of Taiwan’s residents with a new sense of Chinese national identity. Indeed, most of the roughly 1 million people who left China for Taiwan, and their descendants, came to identify themselves with Taiwan, not China.

The ROC nevertheless successfully continued Taiwan’s condition of political separation from China, a fact that has been in existence now for almost all of the past 126 years, and it has maintained full sovereignty for about seven decades. Chinese insistence on the idea of Taiwan as a part of China has failed to convince the roughly 23 million Taiwanese.

As Cena’s apology shows, Chinese views have been much more effective in shaping international opinion, but they do not change Taiwan’s modern history or the reality that Taiwan is a country. Individuals, countries, and companies can make their own choices about how to interact with China and its citizens, but they should do so with an accurate understanding of the underlying history.