Flashpoints | Security | Southeast Asia

video game: Why Vietnam Needs to Adopt a Biological Defense Strategy

best games roblox 2019, จีนมีแนวโน้มที่จะประกาศโครงการนำร่องการปฏิรูปภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ชุดสุดท้าย ในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และการบริการด้านการเงินในช่วงต้นเดือนมิ.ย. ซึ่งหากการปฏิรูป VAT มีผลบังคับใช้ การทดสอบครั้งใหม่นี้จะทำให้จีนสามารถยกเลิกการจัดเก็บภาษีธุรกิจ และเปลี่ยนแปลงจากการเก็บภาษีธุรกิจไปเป็นภาษี VAT ทั่วประเทศได้อย่างสมบูรณ์,สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ได้แจ้งให้ TIES แก้ไขงบการเงินงวดปี 2557 เนื่องจากผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นในรายงานการตรวจสอบอย่างมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดทำรายงานต้นทุนการก่อสร้างตามสัญญาก่อสร้างไม่สอดคล้องกับนโยบายบัญชี และการไม่ปฏิบัติตามระบบบัญชีและระบบการควบคุมภายในเกี่ยวกับรายงานต้นทุนการก่อสร้างให้ครบถ้วน ซึ่งอาจกระทบต่อความถูกต้องของงบการเงิน นอกจากนี้ TIES ไม่ได้เปรียบเทียบราคาซื้อและขายสินค้ากับราคาตลาดในรายการที่ทำกับบริษัทที่เกี่ยวโยงกัน รวมทั้งไม่ได้อธิบายความเหมาะสมของผลต่างของราคาดังกล่าวBRENT CRUDE OIL: ย่อตัวปรับฐานระยะสั้น CKP จะนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ประมาณ 5,610 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 30% ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในประเทศ สปป.ลาว กำลังการผลิต 1,285 เมกกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 50% การเข้าซื้อหุ้นโครงการไซยะบุรีครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มกำลังการผลิตของ CKP กว่า 3 เท่าตัวแล้ว ยังผลักดันให้ CKP พร้อมยืนผงาดในฐานะผู้นำด้านพลังงานน้ำในภูมิภาคอาเซียนด้วยKTB มูลค่าการซื้อขาย 1,286.49 ล้านบาท ปิดที่ 18.60 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ปิดตลาดช่วงเช้า (25 พ.ค.) ลบ 7.34 จุด หรือ 0.48% มาที่ 1,516.52 จุด สูงสุดที่ 1,528.13 จุด ต่ำสุดที่ 1,515.00 จุด มูลค่าซื้อขายที่ 12,325.86 ล้านบาท ตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้นเช้านี้ จากคาดการณ์เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ย。 Chai Watana Tannery Group (CWT TB; THB 4.52) ซื้อ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์และผู้ลงทุนสถาบัน คาดว่า ราคาทองคำสิ้นปี 58 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 19,506 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ครั้งที่ผ่านมาเล็กน้อย หรือ ร้อยละ 3 (คาดการณ์เดิมอยู่ที่ 18,884 บาทต่อบาททองคำ) และ ณ สิ้นปี 59 ราคาจะเฉลี่ยอยู่ที่ 20,454 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิม ร้อยละ 2.9 , บาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน น่าจะเป็นเพราะตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อปลายสัปดาห์ออกมาดี บาทจึงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคก็อ่อนค่าลงเช่นกัน นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่คาดว่าพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์ทั้งยังปรากฏด้วยว่านอกจากนายศิริธัช หรือตัวแทนจะถูกห้ามมิให้เข้าร่วมประชุมแล้ว ยังปรากฏข้อเท็จจริงอีกด้วยว่ามีการห้ามผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ อีกหลายรายเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น กรณีจึงเห็นได้ชัดแจ้งว่า มิใช่เป็นการห้ามผู้ถือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง แต่ยังเป็นการห้ามผู้ถือหุ้นอื่นๆ อีกหลายคนที่ไม่ใช่พวกพ้องของตนเข้าประชุม เพราะเกรงว่าจะสูญเสียอำนาจในการบริหาร เราคาดว่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็นผลบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากจะทำให้การมาท่องเทียวในประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายถูกลงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามที่สายการบินแอร์เอเชียได้รับแจ้งจากท่าอากาศยานภูเก็ตวันนี้ กรณีผู้โดยสารเที่ยวบิน FD 3002 ภูเก็ต-ดอนเมือง แจ้งกับเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานบริเวณเครื่องตรวจเอ็กซเรย์ว่านำวัตถุระเบิดติดตัวมาด้วย ทำให้ท่าอากาศยานและสายการบินจำเป็นต้องเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบความปลอดภัยตามกฏที่เข้มงวดของบริษัท ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยให้ผู้โดยสารทุกท่านตรวจเช็คและแสดงตนกับสัมภาระที่โหลดลงใต้ท้องเครื่อง,NCL Trading buy ปิด: 3.26 แนวรับ 3.24-3.14 แนวต้าน 3.38-3.48 ตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้นบ่ายนี้ ขานรับแถลงเยลเลน,เยนอ่อนหนุนหุ้นส่งออกอย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าคำสั่งศาลดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อการประกอบกิจการและการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทฯ และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เนื่องจากในช่วงระยะเวลาที่ผ่นมา ดีแทค ไตรเน็ต ได้เร่งขยายพื้นที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการใช้บริการด้านข้อมูลของผู้ใช้บริการ นายศิริธัช กล่าวว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-9 ที่ขัดขวางไม่ให้ตัวแทนผู้รับมอบฉันทะของตน รวมถึงผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ เข้าประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ทำให้ บริษัท NMG ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงทางธุรกิจ เนื่องจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น เพราะไม่มั่นใจว่าสิทธิและผลประโยชน์ของนักลงทุนจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ ทั้งนี้ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีบริษัท ไทยนามพลาสติกส์ จำกัด (มหาชน) TNPC 25 พ.ค. 2558 3 ก.ค. 2558 คาดฟื้นตัวจำกัด ปัจจัยลบจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอ หลัง ส.อ.ท. รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน และลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ที่ระดับ 86.2 ลดลงจากเดือนมี.ค.ที่ 87.7 และการคาดการณ์ของตลาดว่าพรุ่งนี้ ก.พาณิชย์จะรายงานตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย.หดตัว -3.3% ทำให้การฟื้นตัวของตลาดในช่วงบ่ายน่าจะอยู่ในระดับจำกัด โดยเฉพาะกรอบแนวต้านบริเวณ 1,520-1,540 จุด ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะผันผวนหรือปรับถอยลงมาจาก 1) วิกฤตหนี้กรีซ, 2) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอ และ 3) อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรที่มีโอกาสปรับตัวขึ้น (แนวต้าน: 1,530, 1,540 // แนวรับ: 1,510 และ 1,500)。

ส่วนดัชนี IBEX 35 ร่วงลง 2% หลังจากมีรายงานว่าพรรครัฐบาลสเปนพ่ายเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย กำลังเสื่อมถอยลงทั้งนี้ ชาวสเปนพากันสนับสนุนพรรคการเมืองหน้าใหม่อย่างพรรคจิดาดานอส ที่มีนโยบายเป็นมิตรกับระบบตลาด และพรรคโพเดมอส ที่ต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาปัจจัยลบที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย และปัญหาภัยแล้ง ส่งผลต่อการบริโภคและการใช้จ่ายโดยเฉพาะในภาคเกษตร สะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อและยอดขายภายในประเทศปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสภาพคล่องของการดำเนินกิจการ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ,อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางบริษัทมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันแรกที่คิดจะเข้าประมูลทีวีดิจิตอล ทั้งทางด้านเงินทุน บุคลากรและคอนเทนต์กราฟราคาหุ้นตกต่ำมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ลงยังกะเจ้าของทิ้งหุ้น แต่คิดว่าไม่เป็นเช่นนั้น การลงแบบนี้ทำให้เกิด Oversold และสามารถเด้งกับได้แรงเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ซึ่งก็คือในช่วงนี้นั่นเองเนื่องจากเริ่มมี story ใหม่ๆ เข้ามา มองการดีดตัวตามสัญญาณกราฟที่เกิด Bottom out จะเด้งกลับไปที่ระนาบใกล้ 2.34 บาท น่าติดมือไว้ ของราคาถูกงี้ ความเสี่ยงถือว่าน้อย ยอดส่งออกรถยนต์ในไทยเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 17.66% ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นเช้านี้ หลังเยนอ่อนค่าหนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นบวกBDMS (TP22.5) : Support 20.3/20.0 Resistant 21/21.7,คำค้นKTBTNITY บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320CKP จะนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ประมาณ 5,610 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 30% ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในประเทศ สปป.ลาว กำลังการผลิต 1,285 เมกกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 50% การเข้าซื้อหุ้นโครงการไซยะบุรีครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มกำลังการผลิตของ CKP กว่า 3 เท่าตัวแล้ว ยังผลักดันให้ CKP พร้อมยืนผงาดในฐานะผู้นำด้านพลังงานน้ำในภูมิภาคอาเซียนด้วยต่อมาเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 58 บริษัทฯได้รับคำสั่งจากศาล โดยศาลมีคำสั่งกำหนดใช้วิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในขณะดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการตามที่ กสท.ร้องขอ (คำสั่งศาล) ตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้นเช้านี้ จากคาดการณ์เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ย, NEP แจงข่าวลือ TPIPL จ่อเทกโอเวอร์บริษัทไม่มีมูลความจริง ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค.58 นาย ชัย ชีวมงคล ได้ทำการขายหุ้น บริษัท วิค แอนด์ ฮุคลันด์ จำกัด (มหาชน) หรือ WIIK จำนวน 0.29% และจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคงเหลือ 9.71%ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,029.73 ล้านบาท ปิดที่ 235.00 บาท ลดลง 5.00 บาท MONO29 ยันจ่ายค่าไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอลเรียบร้อยแล้วทั้งนี้ ช่อง MONO 29 ได้ดำเนินธุรกิจมาครบ 1 ปี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทได้เดินตามเป้าหมายที่วางไว้ในขั้นแรกได้สำเร็จ และเตรียมรุกขั้นต่อไปตามแผนที่วางไว้ด้วยอย่างเข้มข้น ซึ่งด้านเรตติ้งต้องบอกว่าบริษัทพอใจมากในวันนี้ ช่อง MONO29 อยู่ในอันดับ 5 ของผู้ชมทั้งประเทศ จึงทำให้เอเจนซี่ให้การยอมรับและวางใจในการซื้อโฆษณากับช่องเราอย่างมาก, EFORL จ่อปิดดีลซื้อ “สยามเนล” มิถุนายนนี้ หวังดันธุรกิจความงามโตระยะยาวและในระหว่างที่ศาลยังไม่เพิกถอนคำสั่งศาล ดีแทค ไตรเน็ต จะดำเนินการขยายโครงข่ายในการให้บริการในอนาคตโดยการใช้โครงสร้างพื้นฐานของตนเอง และ/หรือ โดยวิธีการอื่นๆ ดังนั้น ผู้ใช้บริการของบริษัท และ ดีแทค ไตรเน็ต จะไม่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลดังกล่าวทั้งนี้ บริษัทคาดว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (GIM) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมันจะสูงกว่าปีก่อนที่อยู่ระดับ 6-7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และประเมินว่า GIM ในปี 59 จะเพิ่มขึ้น 5-7% จากปีนี้ เนื่องจากโครงการผลิตสาร LAB (Linear Alkyl Benzene) จะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพารณิชย์ และรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยหนุน GIM ของบริษัทเพิ่มขึ้น 40-60 เซนต์/บาร์เรล โดยปัจจุบันโรงงานผลิต LAB อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีความคืบหน้าแล้ว 92%。

Despite its initial success, COVID-19 has revealed Vietnam’s lack of preparedness for biological threats.

Why Vietnam Needs to Adopt a Biological Defense Strategy
Credit: Depositphotos

Once regarded as a role model for its successful containment of COVID-19, Vietnam is now in the midst of its fourth wave, its worst since the beginning of the pandemic. Even worse, the stringent measures that previously helped Vietnam put the virus under control have been relatively ineffective, illustrated by the surge in infections since the end of April. This raises a great concern for Vietnam not only with regard to COVID-19 but also on its ability to counter biological threats writ large. With this in mind, Vietnam should establish a national strategy on biological defense in order to help it counter biological threats more effectively, given the current inadequacy of the country’s biological defense capabilities.

The Vietnamese government’s Decree 81/2019 on preventing the proliferation of weapons of mass destruction (WMDs) classifies biological threats among the four kinds of WMD threats: chemical, biological, radiological and nuclear (CBRN). In 2018, the European Union helped Vietnam to finalize its National Action Plan (NAP) on preventing CBRN threats. However, both the decree and the NAP are merely general, if not vague, guidelines for tackling CBRN threats without any in-depth plans on how to deal with specific kinds of threat. Moreover, despite having specialized agency for dealing with some kinds of CBRN threat, like the Chemical Team of the Vietnam People’s Army and Vietnam Agency for Radiation and Nuclear Safety, Vietnam does not yet have one responsible for countering biological threats.

At the very least, a national biodefense strategy would establish a clear vision on how to deal with biological threats – something that Vietnam has lacked thus far. In retrospect, Vietnam has responded to biological threats passively, only after the country has been hit. This was evident in its response to two major outbreaks: the SARS virus in 2003 and COVID-19 in 2020. In the latter case, although Vietnam tackled the crisis well and received international praise for its rigorous quarantine and lockdown measures, the country has been struggling to deal with the latest wave.

This illustrates that Vietnam is highly vulnerable to biological threats. In fact, Vietnam suffered biological attacks in the past, specifically during the Vietnam War. Yet the country’s lack of a biological defense strategy demonstrates its lack of vision on the issue. Those actions that Vietnam has taken so far against COVID-19 are basically tactical, raising a concern on whether it can handle the new wave well as it did previously, given the current surge in new cases and deaths. Only a strategy with a comprehensive vision will enable Vietnam to take pre-emptive measures against bio-threats more effectively.

In addition, having a national biodefense strategy would enhance Vietnam’s security apparatus as a whole. According to Alexander Vuving of the Daniel K. Inouye Asia-Pacific Center for Security Studies, biological threats are not listed among Vietnam’s main security priorities. Similarly, the latest 2019 National Defense White Paper has not stated how to deal with biological threats, illustrating Vietnam’s lack of preparedness on this front.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Moreover, the aforementioned Decree 81/2019 implies that Vietnam is approaching biological threats in the same way as other CBRN ones, which is strategically problematic. Biological weapons and threats operate and destroy the target in a relatively different way from chemical, radiological, and nuclear threats, as they are generally harder to detect and able to spread more quickly through a given environment, reasons why biological threats should be accorded special attention and treatment.

Some countries consider biological threats as a security priority, and have specialized mechanisms to tackle them. The United States, for instance, deems bio-security as a primary component of its national security, evidenced by its establishment of the Office of International Health and Biodefense, which is tasked with combating biothreats and outbreaks of infectious disease through diplomacy and its substantive National Biodefense Strategy. Adopting a similar biodefense strategy would help Vietnam enhance its security apparatus, making the nation more resilient to biological threats.

Another crucial component of a national biological defense strategy is a strong research & development (R&D) capacity and the budget necessary to establish this. Despite having witnessed growth in its R&D expenditure in the recent decade, Vietnam still lags behind other countries in the region, such as Thailand or Singapore, spending only around 0.5 percent of the GDP on this in 2017. Indeed, insufficient spending on R&D is one of the main reasons why Vietnam has been slow in developing its own COVID-19 vaccine. Up to now, Vietnam’s vaccination has mainly depended on external sources, and its own vaccine has yet to be distributed. Given its expectation of a homegrown vaccine, the country has struggled in diversifying the vaccine supply, falling behind its neighboring countries in getting citizens vaccinated. If Vietnam does not invest more in improving its R&D capacity, it could well be unable to deal with future threats similar to COVID-19, nor to develop the technological “weapons” necessary to counter them actively. A biological defense strategy entails a more solid R&D foundation.

Second, to have a feasible biological defense strategy, Vietnam must have a clear allocation of tasks for agencies at every levels and sectors, from provincial to central and private to public. To make a strategy work well, there must be a harmonious cooperation among the responsible agencies and units, which implies that they have to be well acknowledged of their tasks. Vietnam’s biosecurity is not just a threat for specific individuals or sectors; it is an existential threat for the whole country, which necessitates a close coordination of all units of government.

During previous waves of COVID-19, Vietnam did well in mobilizing resources from all levels to prevent the virus from spreading. In this recent wave, it did the same thing as previously, in both implementing the lockdown and quarantine methods, but failed to stem the spread of the virus. After the pandemic, Vietnam should apply the same pattern of cooperation to the creation of a strategy to deal with future biological threats.

Additionally, Vietnam must pursue international cooperation in the field of biodefense in order to enhance its resources in dealing with such issues. Due to its weak R&D capacity, Vietnam’s biological and healthcare technology is not as advanced as it should be. One of the best ways to make up this shortfall is by engaging in activities with other countries, especially ones with advanced technology and more experience in tackling biosecurity threats. As noted, almost every nation in the world faces biosecurity threats of one kind or another, so there needs to be joint effort for them to overcome. Thus, Vietnam has to facilitate activities, including but not limited to capacity-building, information and human exchange and technological transfers. If the country can coordinate well with its international partners, it will be better able to formulate a sound biosecurity strategy.

The outbreak of COVID-19 and its horrendous consequences could radically change countries’ perception of biological security, accelerating them to reform their biological defense systems. In the same vein, Vietnam should increase its biological defense capability, and one of the vital steps to do that is to have a coherent biological defense strategy that enables it to better meet the challenges of the future.