Pacific Money | Economy | Southeast Asia

เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน 2019: WTO to Review Malaysia-EU Palm Oil Spat. What Happens Next?

rf online mobile 2020,THANI (BUY: consensus [email protected]) : ปี58-59คาดกำไรโตเฉลี่ยปีละ24%จากการลงทุนทั้งทางภาครัฐและเอกชนที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวจากปี57บวกกับการเตรียมตัวเข้าAEC ทำให้ความต้องการใช้รถบรรทุกเพิ่มมากขึ้น +ปัจจุบันมีUpside 47%และคาดให้Div. Yield เฉลี่ยปีละ6.8%จึงแนะนำซื้อด้านปัจจัยในประเทศ วันที่ 10 มิถุนายน นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้น้ำหนักกับตัวเลขการส่งออกค่อนข้างมาก ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมา กนง. ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว ทั้งนี้ มุมมองว่า กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยอีกหรือไม่ ยังไม่ชัดเจนนัก,CWT ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้นผ่านเส้น Downtrend Line ขึ้นมาได้อีกครั้ง หลังอยู่ในแนวโน้มขาลงมากว่า 3 เดือน เครื่องมือ MACD กลับมาเป็นบวกวันแรก เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร แนวต้านแรกบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนที่ 4.86 บาท และถัดไปที่ 5.10 บาท ฮั่งเส็งปิดเช้าร่วง 278.01 จุด หลังเงินเฟ้อจีนชะลอตัวระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway up มีลุ้นที่จะปรับตัวขึ้นไปที่กรอบบนของกรอบ sideway ได้อีกครั้งสั้นๆ ไม่ต่ำกว่าแนวรับแถวๆ 35 บาทอีก แนะนำซื้อเก็งกำไรหวังผลดีดกลับขึ้นไปแถว ๆ 41-42 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 34 บาทด้านตลาดหุ้นกรีซทรุดตัวลง 5% โดยหุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงถึง 15% จากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานะการเงินของประเทศ และการแก้ไขปัญหาหนี้ของรัฐบาลทั้งนี้ กรีซมีกำหนดต้องชำระคืนเงินกู้ 4 งวดแก่ IMF ในเดือนมิ.ย. โดยงวดแรกในวันที่ 5 มิ.ย., งวดสองวันที่ 12 มิ.ย. งวดสามในวันที่ 16 มิ.ย. และงวดสุดท้ายสำหรับเดือนนี้ในวันที่ 19 มิ.ย. แต่รัฐบาลกรีซได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อ IMF เพื่อขอเลื่อนการชำระคืนหนี้สินตามกำหนด 4 งวดดังกล่าว เป็นการชำระรวมงวดเดียวจำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 30 มิ.ย.,ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาทต่อหน่วย กำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรก 25 มิ.ย. 2558 ส่วนวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 25 พ.ย. 2559นักลงทุนจับตาดูการผลิตน้ำมันและทิศทางราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด หลังจาก EIA เปิดเผยในรายงานคาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันโดยเฉลี่ยของสหรัฐในปี 2558 จะอยู่ที่ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2559ด้านของปัจจัยพื้นฐาน ในปีนี้คาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโตโดดเด่น 63.5% เป็น 587 ล้านบาทหรือ 0.85 บาท/หุ้น ซึ่งมาจากงานรับเหมา และขายเสาโครงเหล็ก นอกจากนั้น DEMCO จะรับรู้รายได้ จากการถือหุ้น 15 % ในโครงการพลังงานลมห้วยบง 2,3 รวมทั้งโครงการโซล่าร์ และ และโซล่าร์รูฟ จำนวน 3 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับเงินปันผล ในปี 2558 จำนวนรวม 195 ล้านบาท ผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม G7 เห็นพ้องในการสร้างความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในประเด็นธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนที่จีนเป็นแกนนำ และจะก่อตั้งขึ้นช่วงปลายปีนี้ ,ดังนั้นเมื่อ up กำลังการผลิตขึ้นเท่าตัวก็ต้องบอกว่ากำไรควรจะเบิ้ลขึ้นเช่นกัน หรือว่าง่ายๆ กำไรเมื่อเต็มกำลังการผลิตควรจะอยู่ที่ 100 ล้านบาทโดยประมาณยังไม่นับธุรกิจต่อยอดอื่นๆ และประเมินเป้าที่ PE 15 เท่าจะอยู่ราว 5.50 บาท ราคาหุ้นตรงนี้โวลุ่มยังน้อย ตัวเบาสุดๆ โอกาสวิ่งแรงนั้นง่ายมาก ส่วนกราฟกำลังตั้งลำเป็น W-shape และ RSI ดีดขึ้นเป็น Buy signal แบบนี้พร้อมกระชากไปยังแนวต้าน 4.50 บาท หุ้นแบบนี้วิ่งได้ไว มือใครยาวสาวได้สาวเอา นายมิเชล ซาแปง รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสเปิดเผยในวันนี้ว่า ยังคงเชื่อว่ากรีซและกลุ่มเจ้าหนี้จะสามารถตกลงกันได้ และเชื่อว่าหากกรีซต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน ก็จะไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆในยุโรป นอกจากนี้ กลุ่มเจ้าหนี้จะต้องเดินหน้าหาทางเจรจากับรัฐบาลกรีซต่อไป และจะต้องเคารพทางเลือกที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนกรีซด้วย เบื้องต้นเราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/58 จะเติบโตขึ้นมากกว่า 100% YoY และ 28% QoQ,แนวรับ 2.52-2.56 บาทบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (9 มิ.ย.) ว่า SPALI จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการในสัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 10 14 มิ.ย. 58 ได้แก่ ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีตลาดพลู และศุภาลัย เอลีท สุรวงศ์ โดยคาดว่าหาก Presales ได้รับการตอบรับที่ดีจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นสั้นๆรอขายที่แนวต้าน ส่วนมูลค่าเหมาะสมตาม Black-Scholes แบบ Aggressive จะได้มูลค่าในกรอบ 1.810-1.678 บาท เมื่อราคาหุ้น SMM เคลื่อนไหวในกรอบ 2.04-1.90 บาท โดยมี Risk free rate 4.00%, Volatility 245%ตลาดน้ำมันนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากการที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 1.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 มิ.ย.ขณะเดียวกันคาดว่าสต็อกน้ำมันเบนซินจะทรงตัวในสัปดาห์ที่แล้ว และคาดว่าสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล จะเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล สำหรับอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2%ด้านเทคนิค สัปดาห์นี้เรามองแนวรับสัปดาห์นี้ที่ 1,486 จุด และแนวต้านที่ 1,518 จุด สำหรับคำแนะนำการลงทุน หากมอง Flow การลงทุนของตลาดโลก ที่มีการเทขายพันธบัตร ออกมาเยอะและกองทุนทั้งหลายในโลกหันเข้ามาซื้อหุ้น แสดงให้เห็นว่า ทั่วโลกมองว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มต้นที่จะฟื้นตัว และตลาดหุ้นน่าจะอยู่ในขาขึ้น แต่ยังถูกกดดันจากปัจจัยเรื่องกรีซและการที่สหรัฐฯจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้อยู่ ดังนั้น。

Chai Watana Tannery Group (CWT TB; THB 4.62) ซื้อดังนั้นเมื่อ up กำลังการผลิตขึ้นเท่าตัวก็ต้องบอกว่ากำไรควรจะเบิ้ลขึ้นเช่นกัน หรือว่าง่ายๆ กำไรเมื่อเต็มกำลังการผลิตควรจะอยู่ที่ 100 ล้านบาทโดยประมาณยังไม่นับธุรกิจต่อยอดอื่นๆ และประเมินเป้าที่ PE 15 เท่าจะอยู่ราว 5.50 บาท ราคาหุ้นตรงนี้โวลุ่มยังน้อย ตัวเบาสุดๆ โอกาสวิ่งแรงนั้นง่ายมาก ส่วนกราฟกำลังตั้งลำเป็น W-shape และ RSI ดีดขึ้นเป็น Buy signal แบบนี้พร้อมกระชากไปยังแนวต้าน 4.50 บาท หุ้นแบบนี้วิ่งได้ไว มือใครยาวสาวได้สาวเอา。 คำค้นCKP-W1ITD-W1SMM-W3 บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320แนวรับ 976*, 970 แนวต้าน 983-985*อย่างไรก็ดี เช้าวันนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ปลดเครื่องหมาย H หลักทรัพย์ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER รอบเช้าของวันที่ 8 มิ.ย.58 เนื่องจากบริษัทได้เปิดเผยสารสนเทศสำคัญแล้ว ,นอกจากนี้ ด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัท จึงมองว่าบริษัทมีโอกาสได้รับงานใหม่ๆ เพิ่มเติมจากการเข้าประมูลงาน ทั้งกลุ่มสินค้าสนับสนุนการบิน Catering รถขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องอนึ่ง เมื่อวันที่ 5มิ.ย.ที่ผ่านมาบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER มีมูลค่าสูงสุด 1.51 พันล้านบาท จำนวน 12 รายการ ปริมาณ 108,000,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 14.00 ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่ากระดานชะลอตัวหลังวิ่งแรงมา 2 วัน โดยกราฟ 60 นาทีชนแนวต้าน EMA-200 ขณะที่ Modified Stochastic ก็ Overbought และเริ่มวกตัวส่งสัญญาณขาย คาดปรับฐานระยะสั้น แนวรับ 1498-1495 แนวต้านยังคงเป็น 1510 ผ่านได้ค่อยลุ้นต่อไปที่ 1520 จุดโดยบริษัทมีความพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจดังกล่าวในทันทีเนื่องจาก TVD ดำเนินธุรกิจการตลาดหลากหลายช่องทาง จัดจำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภคมามากกว่า 16 ปี และมีฐานลูกค้าอยู่มากกว่า 3.2 ล้านรายชื่อ จึงมุ่งเน้นที่จะหาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ดีที่สุด เพื่อนำเสนอต่อลูกค้าผ่านโทรศัพท์ โฆษณาทางทีวีและการทำการตลาดออนไลน์, แกว่งตัวในกรอบ 1,497-1,520 เราคาดตลาดหุ้นยังคงไร้ปัจจัยชี้นำที่ชัดเจน โดยนักลงทุนในประเทศรอผลการลงมติดอกเบี้ยของกนง. ในวันที่ 10 มิ.ย. ขณะที่เงินทุนต่างชาติยังมีทิศทางไหลออกจากภูมิภาค ซึ่งเป็นการปรับพอร์ตรับมือความเสี่ยงจากเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในการประชุม FOMC 17-18 มิ.ย. ซึ่งเราประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยและหุ้นโลกจะเริ่มดีขึ้นเมื่อเข่าสู่ช่วงกลาง-ปลายเดือน เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว (แนวต้าน: 1,510-1,520 // แนวรับ: 1,497),ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของหุ้นอ้างอิงหนุน Call DW ปิดบวกแข็งแกร่ง ตัวอย่าง DW28 เช่น PTT ปิด +2.7% ส่งผลให้ PTT28C1508A +23.1% PTT28C1510A +14.0% TPIPL ปิด +4.4% ส่งผลให้ TPIP28C1509A +20.0% และ JAS ปิด +2.5% ส่งผลให้ JAS28C1510A +16.0% เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อขายใน JAS28C1511A ซึ่งเป็นรุ่นที่เพิ่งเข้าเทรดในวันศุกร์ด้วยหุ้นดอยช์แบงก์ ร่วงลง 3.6% หลังจากมีรายงานว่าดอยช์แบงก์จะเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูง หุ้นบีเอ็มดับเบิลยู และหุ้นคอนติเนนตัล เอจี ร่วงลงอย่างหนักและยังได้ฉุดดัชนี DAX ดิ่งลงด้วย อันเป็นผลมาจากความวิตกกังวลที่ว่าการแข็งค่าของสกุลเงินยูโรจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจนอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกที่ว่าดอลลาร์แข็งค่ามากเกินไป หลังจากที่มีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่เยอรมนีเพื่อร่วมการประชุมสุดยอด G7 นั้น ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับดอลลาร์ที่แข็งค่า อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ปธน.โอบามาได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวหลังการประชุมสุดยอด G7 แต่ดอลลาร์ก็ยังคงปรับตัวในช่วงขาลง JMART ทุ่มเงิน 945 ลบ. เข้าซื้อหุ้น SINGER 24.99% หนุนรายได้ในอนาคต ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,732.23 จุด ลดลง 7.22 จุด, -0.42% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,732.23 จุด ลดลง 7.22 จุด, -0.42%ราคาดีดตัวขึ้นเป็นแท่งเทียนยาวผ่านกรอบสามเหลี่ยม Ascending ขึ้นไปเป็นทิศทางขาขึ้นรอบใหม่ พร้อมทั้งเครื่องมือ RSI + MACD ชี้ขึ้นสนับสนุนเป็นสัญญาณซื้อทั้งคู่ จึงคาดว่าจะปรับตัวขึ้นได้ หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร KTB (คาดราคาตอบสนองการตั้งสำรองที่สูงไปแล้ว, เป้าทางกลยุทธ์ 19.00-19.50 ตัดขาดทุน 17.70), BLAND (ราคาปัจจุบันให้ผลตอบแทนปันผลทั้งปี 5.8% จ่ายระหว่างกาล 0.05 บาท ขึ้น XD 6 ก.ค., เป้าทางกลยุทธ์ 1.65 ตัดขาดทุน 1.54)อนึ่ง JMART เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท JMT ถือหุ้นทั้งหมด 75%โดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่เข้ามาในแต่ละไตรมาสจะช่วยหนุนให้รายได้ทั้งปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ 4 พันล้านบาท เติบโตกว่า 50% จาก 2.6 พันล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการสำเพ็ง 2 นั้น จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มิ.ย. ซึ่งปัจจุบันการขายในเฟสที่ 1 และ 2 เต็มหมดแล้วด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าภาคค้าส่งของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนเม.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ส่วนยอดค้าส่งพุ่งขึ้น 1.6% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว ,หลังจากสัปดาห์ที่แล้วราคาพยายามดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านจากเส้นต้นทุนเฉลี่ยอีกครั้ง แต่ก็ยังมีแรงขายออกมากดดันให้มีจังหวะปรับย้อนลบ ทำให้ทั้งรูปแบบกราฟราคาและการฟอร์มตัวของ Indicators ต่างๆ ยังส่งสัญญาณอ่อนแอ คาดว่ามีสิทธิซื้อกลับทำกำไรที่แนวรับได้ จึงแนะนำเป็นหุ้นยืม short ก่อนสัญญาณล่าสุดจากเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาพการระมัดระวังการใช้จ่ายของครัวเรือนทั้งในส่วนของสินค้าไม่คงทนและสินค้าคงทน รวมถึงการชะลอลงของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ที่ไม่รวมราคาในหมวดอาหารสดและพลังงาน) ล้วนตอกย้ำว่า สถานการณ์การบริโภคของภาคครัวเรือนยังอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างซบเซา ขณะที่ ผลสำรวจภาคครัวเรือนล่าสุดของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็สะท้อนภาพในเบื้องต้นว่า มีครัวเรือนจำนวนมากขึ้นที่กังวลต่อประเด็นค่าครองชีพ สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (8 มิ.ย.) ที่ 610.00 จุด ไม่เปลี่ยนแปลงขณะเดียวกันตลาดยังคงมีความกังวลต่อปัญหาหนี้กรีซ ที่ล่าสุดรัฐบาลกรีซได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขอเลื่อนการชำระคืนหนี้สินที่ต้องจ่าย 4 งวดในเดือนมิ.ย. ออกไปเป็นการชำระงวดเดียวในสิ้นเดือนมิ.ย. รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกลับทำให้ตลาดกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่วนการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปก) มีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันในระดับเดิมนั้น ทำให้ราคาน้ำมันดีดขึ้นเมื่อวันศุกร์ แต่ในระยะต่อไปมองว่าน่าจะทำให้ราคาน้ำมันในช่วงนี้ยังคงทรงตัวไม่ได้ปรับลดลงมากนักสำหรับอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 50% จาก 34.3% ในปีก่อน แต่ในปีหน้าคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงมาที่ราว 40% เพราะมีการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมเข้ามามากถึงราว 70% ของรายได้ โดยอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการคอนโดมิเนียมจะอยู่ที่ระดับ 30-33% ต่ำกว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการอาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 40-50%。

The EU is making efforts to leverage its market power to ensure that products entering the trading bloc are more environmentally sustainable.

WTO to Review Malaysia-EU Palm Oil Spat. What Happens Next?
Credit: Depositphotos

In May, the World Trade Organization (WTO) agreed to review a trade dispute between Malaysia and the European Union. The case, which was initially filed in January, is based on an EU directive that biofuel produced from palm oil will not count as a green fuel, and therefore will be phased out under new EU renewable energy targets. Indonesia filed a similar protest in 2020 which is also currently under review.

Palm oil, which is used in a wide variety of products, is complicated. According to the World Wildlife Fund, its production “contributes to rural poverty alleviation and rural development” while also causing “widespread rainforest destruction and wildlife loss.” Indonesia and Malaysia are the number one and two producers of palm oil, respectively. Together they account for around 84 percent of global palm oil production.

So it should surprise no one that they are presenting a united front in their efforts to ensure these products are not denied access to big markets. It also shouldn’t surprise anyone that the EU, in line with changing public opinion and consumer preferences mainly in higher income countries, is looking to green its supply chains and taking harder stances against environmentally unfriendly practices.

This is part of a broader EU effort to leverage its market power to ensure that products entering the trading bloc are more environmentally sustainable. Later this year the EU plans to release mandatory due diligence rules intended to reduce deforestation in its supply chains, a sharp step-up from what were previously mainly voluntary rules. As reported by Euractiv the new rules will “tackle a wide array of topics across global supply chains, from European businesses to smallholdings in developing countries. It will need to address human rights violations, trade and security issues, and combat the root causes of poverty which often drives deforestation.”

It’s basically a way of using market access as an incentive to force more sustainable business practices lower down on the supply chain. It’s not the first time the EU has used its giant market as a carrot to induce Southeast Asian trading partners to improve regulatory environments. In 2007, the EU banned all Indonesian airlines from entering its airspace due to what it considered poor safety standards. Gradually, the Indonesian authorities worked to improve their safety record and regulatory oversight and the ban was fully lifted in 2018.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Clearly, Indonesia and Malaysia see the EU’s moves on palm oil and biofuels as the first steps toward a much tougher stance on environmental standards that could kneecap some of their biggest exports. It will be really interesting to see how the WTO rules on this matter. The days when a country could defend environmentally unfriendly exports behind the veil of free trade seem like they might be behind us. And these kinds of political conflicts are likely to become more common, as countries are asked (or forced) to act against their own economic self-interest in order to mitigate climate change. As I’ve written before, countries that depend heavily on exports of fossil fuels such as Malaysia and Indonesia are not likely to give them up simply because it is good for the environment.

But in the case of palm oil there is a potentially more optimistic resolution. The production of palm oil is not, in and of itself, an environmental disaster. It’s not like coal, where the only real solution is to leave it in the ground. Palm oil can be produced sustainably – if it is carefully regulated. Indeed, waste from palm oil plantations can actually be gasified to create a source of renewable energy. It is the illegal concessions, over-permitting, and failure to enforce regulations against slash and burn practices that are among the causes of palm oil’s bad reputation. And these are things that can actually be ameliorated, as long as the political will is there to do so.

Much like the EU’s decision to deny Indonesian airlines entry to the market in 2007, this could be an opportunity for Indonesia and Malaysia to get serious about creating and enforcing a regulatory structure for the industry that can meet global best practices standards. Verifying that producers are complying with stricter labor, environmental and land use rules is not going to be easy but if that’s what it takes to get access to European consumers it might just be the incentive the industry needs.