Features | Society | Southeast Asia

copa88 - login: Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014

mario kart tour multiplayer,ในกรณีที่ กนง.ลดดอกเบี้ย จะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่ม Leasing และกลุ่มหุ้นปันผล: ในกรณีที่เราคาดการณ์ผิด หรือ กนง.ประกาศลดดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้จะเป็นปัจจัยบวกต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะกลาง-ยาว แต่ระยะสั้นจะมีความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาท และการ ปรับพอร์ต ของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อล็อกความเสี่ยงจากค่าเงิน โดยกลุ่มหุ้นเช่าซื้อ และกลุ่มหุ้นปันผลจะเป็นกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีโดยตรงจากการปรับลดดอกเบี้ย และแนะนำ ซื้อ SAWAD INTUCH ในกรณีนี้โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนี FTSE และดัชนี Russell ประกาศผลการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ชุดใหม่ที่ใช้ในการคำนวณ FTSE SET Index Series สำหรับรอบครึ่งหลังของปี 2558 โดยมี บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เป็นหลักทรัพย์ใหม่ที่เข้าร่วมคำนวณในดัชนี FTSE SET Mid Cap ส่งผลให้หุ้นของ BA จะอยู่ในสายตาของนักลงทุนทั่วโลกและมีสภาพคล่องสำหรับการซื้อขายมากขึ้นฟิทช์คาดว่าผู้ประกอบการทุกรายจะยังคงแข่งขันกันรุนแรงทั้งในด้านค่าบริการข้อมูล และกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องโทรศัพท์ เพื่อเพิ่มการใช้บริการด้านข้อมูล AIS น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดสำหรับการเติบโตในส่วนของการใช้ข้อมูล เนื่องจากคุณภาพเครือข่ายที่ดีกว่าผู้ประกอบการรายอื่น AIS ได้มีการลงทุนขยายเครือข่าย 3G อย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สถานะด้านการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในด้าน Non-voice service ของ AIS แข็งแกร่งขึ้นแม้ว่าบริษัทจะไม่มีบริการ 4G ในไตรมาส 1 ของปี 2558 รายได้จาก Non-voice service ของ AIS เติบโตอย่างแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 33.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 26.7% ส่วนแบ่งทางการตลาดของรายได้ Non-voice service ของ AIS ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2.6% เป็น 50.5% ในไตรมาส 1 ของปี 2558 จาก 47.9% ในไตรมาส 1 ของปี 2557MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้แนวโน้มลง RSI ปรับตัวเข้าใกล้ระดับ 50。 สำหรับหลักการที่จะต้องพิจารณา คือ ความจำเป็นในการถือหุ้นของกระทรวงการคลังในบริษัทเอกชนเหล่านั้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจะมีผลกระทบอย่างไร โดยจะต้องดูข้อมูลให้ชัดเจนและแน่ใจที่สุดก่อน พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ภารกิจเร่งด่วน จึงยังมีเวลาพิจารณาอีกมากผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย SP หุ้นบริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EIC เป็นเวลา 1 วันในวันนี้ (10 มิ.ย.) หลังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้แก้ไขงบการเงินปี 57 และงบการเงินไตรมาส 1/58 หลังจากนั้นให้ขึ้นเครื่องหมาย NP ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าของวันที่ 11 มิ.ย.58TMILL: ราคาปิด 4.08 บาท GPSC-มารูเบนี่-EDEN ร่วมเซ็น MOU รัฐบาลพม่าศึกษาตั้งโรงไฟฟ้าก๊าซ 400 MWกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดดัชนี SET index ภาคบ่ายจะตอบรับกับการประชุม กนง. โดยถ้าหากผลออกมาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารได้ (เราชอบ KBANK มากที่สุดในกลุ่ม) เนื่องจาก NIM ผ่านจุดต่ำที่สุดไปแล้ว แต่ถ้ามีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตลาดอาจจะแกว่งผันผวนจากการตีความสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ดีนัก-นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ VNG (รับ 8.8 ต้าน 9.5 Cut 8.6) และ TAKUNI (รับ 9.3 ต้าน 10.3 Cut 9.0) ‪,ฟิทช์คาดว่ารายได้จาก Voice service ของทั้งอุตสาหกรรมจะลดลง 10%-15% ในปี 2558 (ในปี 2557 ลดลง 12%) การแข่งขันจะยังคงรุนแรง เนื่องจาก TrueMobile มีเป้าหมายที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รายได้จาก Voice service ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก การขยายเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ TrueMobile ไปในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ช่วยลดช่องว่างของส่วนแบ่งทางการตลาดกับผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งสองราย สำหรับการให้บริการในพื้นที่ดังกล่าว โดยในไตรมาส 1 ของปี 2558 ส่วนแบ่งทางการตลาดสำหรับรายได้ด้าน Voice service ของ TrueMobile ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 17.7% ในขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดของรายได้ Voice service ของ AIS และ DTAC ปรับตัวลดลง 0.5% และ 1.4% ตามลำดับ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวทั้งนี้ ในงวดไตรมาส 4/57 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท PT.MAR ในครั้งนี้จะมีการบันทึกขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์เป็น จำนวน 8.83 ล้านเหรียญฯ หรือราว 300 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเพียง 0.3% ของประมาณการทั้งปี 2558 ที่ประเมินไว้ ซึ่งถือว่าไม่มีนัยฯ (คาดจะบันทึกในงวด 2Q58) สำหรับในส่วนของธุรกิจปาล์มที่เหลือทาง PTT จะทยอยประกาศเมื่อดำเนินการจำหน่ายเงินลงทุนเป็นที่เรียบร้อย โดยแหล่งที่มาของเงินทุนจะมาจากวงเงินที่ได้ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่เกิน 500 ล้านบาท และขายหุ้นเพิ่มทุนให้นักลงทุนในวงจำกัด (PP) มีอายุระยะเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี ซึ่งบริษัทยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการดังกล่าวในช่วงนี้มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 50,489.01 ล้านบาททั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 6.5 เมกะวัตต์ และยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอีกหลายแห่ง คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่จำหน่ายเชิงพาณิชย์มากกว่า 10 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน บริษัทก็จะมองหาช่องทางในการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนเป็นมากกว่า 50% ในปี 60ทั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเมียนมาร์ในการเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าในบริเวณเมืองย่างกุ้งที่มีการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งภาคประชาชนและอุตสาหกรรม อาทิเช่น ในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา และโครงการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันตันลินที่ กลุ่มปตท. เข้าร่วมประมูล เอาอีกแล้ว! KTIS บิ๊กล็อตรอบ 2 มูลค่ากว่า 1.09 หมื่นลบ. นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 288.80 จุด รับหุ้นสหรัฐ,ยุโรปทะยานทั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเมียนมาร์ในการเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าในบริเวณเมืองย่างกุ้งที่มีการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งภาคประชาชนและอุตสาหกรรม อาทิเช่น ในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา และโครงการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันตันลินที่ กลุ่มปตท. เข้าร่วมประมูล,นายรัฐชัย กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีขาดทุนสะสมเกือบ 2,000 ล้านบาท คงต้องใช้เวลาพอสมควรในการล้างขาดทุนสะสมให้หมด ซึ่งปีนี้คงยังไม่หมด เพราะบริษัทจะต้องมีกำไรมากพอควร เพื่อมาลดขาดทุนสะสมดังกล่าว หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร KTB (คาดราคาตอบสนองการตั้งสำรองที่สูงไปแล้ว, เป้าทางกลยุทธ์ 19.00-19.50 ตัดขาดทุน 17.70), ADVANC (มีโอกาสเป็น Windows Dressing Target ปัจจุบัน -7% YTD เทียบกับ SET Index ที่ +1% YTD), CNT (คาดผลการดำเนินงานเริ่ม Turnaround มีกำไรตั้งแต่ไตรมาส 2 ราคาหุ้นปัจจุบันยัง Laggard (+5% YTD) เทียบกลุ่มรับเหมาก่อสร้างโดยรวม (+13% YTD), เป้าทางกลยุทธ์ 5.00 ตัดขาดทุน 4.50 บาท)ทั้งนี้ UP เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 3 เมกะวัตต์ มีโครงการตั้งอยู่ใน ต.หนองหญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยโครงการเริ่มผลิตไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.55 มีปริมาณขายตามสัญญา 2.99 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 5 ปีนับจากวันที่เริ่มผลิต และต่อเนื่องครั้งละ 5 ปีโดยอัตโนมัติ โดยได้รับส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า (Adder) ที่ 8 บาท/หน่วย เป็นเวลา 10 ปี ถึงวันที่ 18 ก.ค.65。

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นถือเป็นตลาดด้านพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยที่ผ่านมารัฐบาลญึ่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนด้วยการรับซื้อไฟในระบบให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง (Feed in Tariff) หรือ FiT จึงทำให้ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก ซึ่งบริษัทฯ พร้อมจะพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับทุกความต้องการของลูกค้า โดยใช้ความได้เปรียบด้านการบริหารจัดการอย่างผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจ ทำให้สามารถพัฒนาโครงการคุณภาพได้ในต้นทุนที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรเป็นอย่างดี จนนำมาสู่การพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันพรีเมียร์ โซลูชั่น ได้พัฒนาโครงการให้กับพันธมิตรทั้งสิ้น 150 เมกะวัตต์นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณด้านบวกว่า นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส อาจจะเต็มใจพบปะหารือกับนายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีกรีซ นอกรอบการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป-ลาตินอเมริกา ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ตลาดหุ้นเอเชียทะยานขึ้นเช้านี้ หลังวิกฤตหนี้กรีซส่งสัญญาณคลี่คลายแต่ราคาหุ้นปัจจุบันที่ 1.02 บาท ถือว่าสูงกว่าพาร์ 1 บาทเพียงเล็กน้อย P/BV ปี 58 เป็นเพียง 0.7 เท่า ให้ราคาพื้นฐานที่ 1.36 บาท ด้วย P/BV ปี 58 ที่ 0.9 เท่า แต่เพียงเก็งกำไร เพราะมีเงินกู้และ P/Eที่สูง คาดว่าปี 58 เป็น 2.1 และ 14 เท่า ตามลำดับ,แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวกของ DTAC ยังคงสะท้อนถึง มุมมองของฟิทช์ที่คาดว่าบริษัทจะรักษาระดับกำไรที่แข็งแกร่ง และมีอัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียน (Funds flow from operation-adjusted net leverage) ต่ำกว่า 1.5 เท่า (ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2558 อยู่ที่ 1.4 เท่า) อย่างไรก็ตามฟิทช์อาจพิจารณาปรับเพิ่มอันดับเครดิตของ DTAC เป็น BBB+/AA+(tha) หาก EBITDAR margin ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับสูงกว่า 40% อย่างต่อเนื่อง (12 เดือนที่ผ่านมาจนถึงสิ้นไตรมาส 1 ปี 2558 อยู่ที่ 35%) แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวกบ่งบอกว่าเงื่อนไขข้างต้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นภายใน 2 ปีข้างหน้า IRCP คงเป้าผลประกอบการปีนี้โต 30% เดินหน้าประมูลงานใหม่ 3 พันลบ.นอกจากนี้ รายงานของธนาคารโลกยังระบุว่า อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นนั้น จะส่งผลให้ต้นทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวสูงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ โดยคาดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในสหรัฐจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอัตราดอกเบี้ยในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่รายอื่นๆทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำ สำนักข่าวซินหัวรายงาน,ในกรณีที่ กนง.ลดดอกเบี้ย จะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่ม Leasing และกลุ่มหุ้นปันผล: ในกรณีที่เราคาดการณ์ผิด หรือ กนง.ประกาศลดดอกเบี้ยอีก 0.25% แม้จะเป็นปัจจัยบวกต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะกลาง-ยาว แต่ระยะสั้นจะมีความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาท และการ ปรับพอร์ต ของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อล็อกความเสี่ยงจากค่าเงิน โดยกลุ่มหุ้นเช่าซื้อ และกลุ่มหุ้นปันผลจะเป็นกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีโดยตรงจากการปรับลดดอกเบี้ย และแนะนำ ซื้อ SAWAD INTUCH ในกรณีนี้,PLAT ซื้อโดยปัจจุบันลูกค้ามีแนวโน้มนิยมใช้บัตรเดบิตมากกว่าบัตร ATM เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า ซึ่งเห็นได้จากตัวเลขผู้ถือบัตร ATM ของธนาคาร มีจำนวนเกือบ 6 ล้านใบ ขณะที่ผู้ถือบัตรเดบิตมีจำนวนมากกว่า 7 ล้านใบ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถนำบัตรเก่า พร้อมสมุดบัญชี และบัตรประชาชน ติดต่อขอเปลี่ยนบัตรได้ทุกสาขาจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ตลาดฯ ยังคงรอผลการประชุมเรื่องดอกเบี้ยจากที่ประชุม กนง. ช่วงบ่ายวันนี้ โดยคาดว่าจะเป็นการคงอัตราดอกเบี้ย ทำให้ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นมากนัก ดังนั้นแนวโน้มดัชนีในช่วงบ่าย คาดยังคงยืนในแดนบวกเหนือระดับ 1500 จุด จากแรงหนุนของหุ้นในกลุ่มพลังงานเป็นหลัก ขณะที่กลุ่มธนาคารฯ ที่มีโอกาส Rebound หากที่ประชุม กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตลาดภาคเช้าปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทิศทางเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ โดยได้โมเนตัมบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนกลุ่มพลังงาน สำหรับในช่วงเช้าไม่มีกลุ่มใดดเด่น กลุ่มหลักๆ ปรับขึ้นเท่าๆ กัน ปิดตลาดภาคเช้าดัชนีเปลี่ยนแปลง +9.76จุด (+0.65%) มาอยู่ที่ 1,513.80 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.8 หมื่นล้านบาท ผลผลิตในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 6.7% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 3.9%นายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BIG เปิดเผยว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ บริษัทเตรียมเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ โดยการเปิดให้บริการล้างภาพจากสมาร์ทโฟน ซึ่งคาดว่าจะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี บาทอ่อนไม่ได้มาจากปัจจัยไหน แต่เป็นเพราะ 2-3 วันก่อนนี้ลงไปค่อนข้างแรง จึงมีแรงซื้อดอลลาร์ และวันนี้ก็ซื้อต่อเนื่อง ไล่กันมาทั้งภูมิภาค นักบริหารเงินกล่าวส่วนที่ยังเหลือการถือ Short อยู่บางส่วน (คาดส่วนใหญ่น่าจะปิดที่ใกล้ 970 จุดไปบ้างแล้ว) พิจารณาแนวต้าน 988-990 จุดเป็นแนวตัดสิน กรณีทะลุตัดขาดทุนทั้งหมดก.ล.ต.ได้รับแจ้งจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าระหว่างวันที่ 18 มีนาคม ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2551 นายบุญชัย ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TYM นายบุญโชค ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TYM นางสาววัลยา นายพิชัย นางสาวดวงฤทัย นายประสงค์ นางสาวภัทรานุช นางสาวลัคณา (หรือเปรมศินี หรือวิมลภักดิ์) นายบุญ และบุคคลอีก 4 ราย ได้รู้เห็น หรือตกลงร่วมกันซื้อขายหุ้น TYM อย่างต่อเนื่อง ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคล 9 ราย ในลักษณะอำพราง ผลักดันและพยุงราคา และจับคู่กันเองระหว่างบัญชี ทำให้การซื้อขายหุ้น TYM ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้คนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น TYM และเข้าซื้อขายหุ้นดังกล่าว,ฟิทช์คาดว่ารายได้จาก Voice service ของทั้งอุตสาหกรรมจะลดลง 10%-15% ในปี 2558 (ในปี 2557 ลดลง 12%) การแข่งขันจะยังคงรุนแรง เนื่องจาก TrueMobile มีเป้าหมายที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รายได้จาก Voice service ยังคงเป็นสัดส่วนรายได้หลัก การขยายเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ TrueMobile ไปในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ช่วยลดช่องว่างของส่วนแบ่งทางการตลาดกับผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งสองราย สำหรับการให้บริการในพื้นที่ดังกล่าว โดยในไตรมาส 1 ของปี 2558 ส่วนแบ่งทางการตลาดสำหรับรายได้ด้าน Voice service ของ TrueMobile ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 17.7% ในขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดของรายได้ Voice service ของ AIS และ DTAC ปรับตัวลดลง 0.5% และ 1.4% ตามลำดับ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดดัชนี SET index แกว่งตัวในวงกว้างหลังจากฟื้นตัวต่อเป็นวันที่สองติดต่อกัน ช่วงบ่ายการขาดปัจจัยบวกเพื่อขึ้นต่อ อาจทำให้ย่อลงระหว่างวันได้ แต่อย่างไรก็ดีหากมีความคืบหน้าที่ดีของการหารือหนี้กรีซ จะเป็นประเด็นบวกต่อตลาดหุ้นได้ แนะนักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการเก็งกำไร เริ่มทยอยขายหุ้นก่อนหากตลาดกลับไปยืนเหนือ 1520 ไม่ไหว หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ CK (รับ 27.00 ต้าน 28.00 Cut 26.75) และ SAMTEL (รับ 22.3 ต้าน 23.3 Cut 22.0)สำหรับงบลงทุนรวมในปีนี้ตั้งไว้ที่ 100 ล้านบาท แบ่งเป็น 40 ล้านบาทใช้ขยายสาขา Big Camera เพิ่มอีก 10 แห่งและปรับปรุงสาขาเดิม ปัจจุบันมีร้าน Big Camera อยู่ที่ 214 สาขา และ ร้าน Big Mobile จำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือมี 23 สาขา ส่วนอีก 50 ล้านบาทเป็นงบการตลาดประชาสัมพันธ์นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหม่ 3 ราย จากปัจจุบันมีลูกค้าหลักอยู่ 7 ราย โดยลูกค้าใหม่จะเป็นกลุ่มยานยนต์และมอเตอร์ไซด์ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มโมบาย,โดยการลงทุนดังกล่าวจะเป็นการดำเนินการของ บริษัท เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (CI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CHOW ถือหุ้นอยู่ 76.67% โดยถือผ่านบริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (CE) จะเป็นผู้ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์ พร้อมกันนี้คณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติให้บริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น ฟิลิปปินส์ จำกัด (PSPH) ซึ่ง CHOW ถือหุ้นอยู่ 76.67% ผ่านทาง CE เป็นผู้พัฒนาและบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวให้แก่ CI PACE ตุนงานในมือราว 1.4 หมื่นลบ.ปักธงตั้งกอง REIT พร้อมนำ D D เข้าตลาดหุ้นสหรัฐ。

From Thai turmoil to ASEAN integration, it promises to be an interesting year for the region.

Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014
Credit: REUTERS/Athit Perawongmetha

As we move into 2014, it is useful not only to reflect on what happened in 2013, but to project what some of the key developments in 2014 might be. As I did last year, I have attempted to articulate the top 10 trends in Southeast Asia to watch for during the rest of the year.

1. What will the “great power” game in Southeast Asia look like? While Southeast Asian leaders publicly insist that they prefer good relations with all major powers, the competitive dynamics of regional engagement are a reality that few would contest, not least between the United States and China. In 2013, U.S. President Barack Obama’s last-minute decision to cancel his Asia trip in November amid the government shutdown paved the way for skeptics to question America’s commitment to the region and for Beijing to steal the show (though I’ve argued that this narrative is overly simplistic). In 2014, questions about the sustainability of the U.S. pivot to Asia, including the future of the Trans-Pacific Partnership (TPP), will continue to linger, and worries about the future direction of China’s new regional strategy unveiled late last year are likely to remain.

2. Continuity or change in the South China Sea? As I said in last year’s list, it’s difficult to exclude the South China Sea from a list of this sort. Prospects for a rules-based solution to contentious disputes remain dim given China’s recent documented foot-dragging on a code of conduct with ASEAN, as well as its “punishment” of the Philippines for trying to resolve the issue through the United Nations, a process which will move forward with a formal statement submission by Manila in March despite Beijing’s refusal to participate. China’s deployment of its aircraft carrier the Liaoning into the South China Sea recently, along with the setting up of an air defense identification zone (ADIZ) over the East China Sea (which some believe could be replicated in the South China Sea in 2014), suggest there is good reason to expect more sporadic saber-rattling or verbal sparring could be on the cards in 2014.

3. How will Southeast Asian economies fare? 2013 ended on a negative note for Southeast Asian economies as the Asian Development Bank (ADB) slightly lowered its regional growth forecast for 2014 to 5.2 percent due to the devastating typhoon that hit the Philippines and continued political turmoil in Thailand. While the 2014 outlook will hinge partly on trends within the region, developments in major economies will also loom large, such as the pace of the recovery in Europe, reduced monetary stimulus in the United States, and potential growth challenges in India, China and Japan.

4. Whither regional integration? Aside from economic performance, as we move closer to 2015, observers may grow increasingly nervous about whether ASEAN can achieve its goal of regional economic integration by the end of 2015. Beyond the deadline per se, the ADB recently warned of significant constraints to realizing the so-called ASEAN Economic Community (AEC) itself, including the fact that only 55 percent of businesses interviewed in the region were even aware of it along with other obstacles like contrasting government regulations and inadequate infrastructure. Failure to move in the right direction on this in 2014 could dent the hopes of those who see ASEAN as the hub for broader regional integration in East Asia as well as a unified economic force in the longer term.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

5. Can ASEAN progress on human rights? While Southeast Asia is no stranger to human rights abuses, there has been some notable, albeit glacial progress in this field at the regional level with the establishment of the ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights (AICHR) in 2009. This year will bring the first five-year review of the body’s terms of reference, and rights groups have urged ASEAN member states to ensure that the body has a stronger mandate and engages civil society organizations in a more robust manner. It will be a marker for how seriously governments in the region view human rights.

6. Will ASEAN and Australia walk the walk? ASEAN conducts annual meetings with 10 key countries it calls “dialogue partners.” While the anniversaries of these dialogue partnerships are often accompanied by the usual pomp and circumstance, they also sometimes serve as opportunities to move key relationships forward, as they did for ASEAN and Japan in 2013 and ASEAN and India in 2012. Will we see something similar with ASEAN’s oldest dialogue partner Australia in 2014 as the two sides commemorate 40 years of ties?

7. Can Myanmar reform and lead? Turning to individual countries, Myanmar already faces daunting challenges on its path to reform. Next year’s calendar will be packed with key domestic events, including its first major population census in two decades and preparations for elections scheduled for 2015. But 2014 will also require Naypyidaw to juggle domestic reforms with regional leadership as Myanmar assumes the rotating annual chairmanship of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) for the first time since it joined the organization in 1997. While the country has had some time to plan for this, the sheer logistics of hosting hundreds of meetings will not be easy, not to mention handling knotty issues like the South China Sea.

8. What will elections in Indonesia bring? Indonesia, Southeast Asia’s largest economy and the world’s third largest democracy, will hold both parliamentary and presidential elections in April and July 2014 respectively. After a decade under President Susilo Bambang Yudhoyono’s stewardship, the world will be watching closely to see who will emerge as Indonesia’s next leader as it is a key emerging economy which plays an important leadership role in Southeast Asia. Recent polls suggest that the clear frontrunner is Jakarta governor Joko Widodo, aka Jokowi, although he is yet to officially declare his intention to run.

9. Will Thailand resolve its political turmoil? Another round of Thailand’s all-too-familiar partisan politics has been playing out on the streets of Bangkok over the last several weeks, with tens of thousands of demonstrators led by former deputy prime minister Suthep Thaugsuban threatening to unseat Prime Minister Yingluck Shinawatra, the sister of the controversial and now exiled ex-prime minister Thaksin Shinawatra who was deposed in a 2006 military coup. There are already worries that the current turmoil could extend up to February 2014, and that the fresh election to be held then may not even occur or will be postponed. And even close observers of Thai politics fear that another military coup or escalating political violence could result if this continues with no end in sight.

10. What will the endgame in Cambodia be? While such turmoil is commonplace in Thailand, neighboring Cambodia has seen unprecedented protests with tens of thousands of people marching through the streets and demanding that their authoritarian prime minister Hun Sen quit after more than three decades in power. The protests come after Hun Sen’s party claimed victory in July 2013 elections and proceeded to form a government despite concerns by the opposition (and some independent monitoring organizations) that the elections were deeply flawed. The protests have recently expanded to include workers from the country’s garment industry, its biggest export earner. While few expect the tough Hun Sen to give in without a fight after governing for so long with an iron fist, sustained, peaceful protests of this scale will require some sort of resolution should they continue unabated.

While this list is far from comprehensive, it does get at some of the key things to watch for in Southeast Asia during an exciting year. From country-specific developments to region-wide ones, in the fields of security, economics, or even human rights, 2014 will be an interesting one for those watching.

Prashanth Parameswaran is a PhD candidate in international relations at the?Fletcher School of Law and Diplomacy at Tufts University?and a non-resident WSD-Handa fellow at CSIS Pacific Forum. You can read his blog?The Asianist?at and follow him on Twitter at?@TheAsianist