The Debate

เงินฟรี m88 ดีไหม: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

เว็บ เกม ออนไลน์ เครดิต ฟรี, นายเจอร์รี ไรซ์ โฆษกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า จีนได้เริ่มรายงานพอร์ททุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศต่อ IMF ซึ่งเป็นความพยายามที่จะปรับปรุงความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลของจีนนอกจากนี้ อารัมโกยังได้ปรับลดราคาน้ำมันดิบเกรดไลท์ มีเดียม และเฮฟวี่ แก่สหรัฐลงอีก 30 เซนต์/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายน้ำมันดิบเกรดมีเดียมได้รับส่วนลดรวมกันทั้งสิ้น 85 เซนต์เมื่อเทียบกับราคาปกติ,นอกจากนี้ บริษัทได้ประกาศว่า บริษัท โกลบอลเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นโดย GLOBAL ในสัดส่วน 50% ได้เข้าไปลงทุนในบริษัท สุวันนี โฮมเซ็นเตอร์ ด้วยการเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 40% (จะปรับลดลงเหลือ 34% หลังบริษัทดังกล่าว lPO ในตลาดหลักทรัพย์ของลาวภายในสิ้นปีนี้) ซึ่งเป็นผู้นำตลาดที่มีชื่อเสียงในธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านในตลาดสาธารณรัฐประชาชนลาว ,มองว่าการย่อตัวพักฐานได้จบลงไปแล้ว ราคาเตรียมที่จะดีดตัวขึ้นรอบใหม่ ทั้งสัญญาณ Mod. Stochastic ที่เส้น %K ตัด %D ขึ้น และราคาขึ้นปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วัน วางเป้าหมายการดีดตัวที่ 46.75/48.50 บาท ตามลำดับส่วนดัชนีที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า และหากดัชนีปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 จุดก็จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวคริส โลว์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ที่ เอฟทีเอ็น ไฟแนนเชียล กล่าวว่า ตัวเลขจ้างงานที่ชะลอตัว การมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานที่ปรับตัวลดลง และค่าแรงที่หยุดนิ่ง ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แม้ประธานเฟด ซานฟรานซิสโก ได้ออกมาปรับลดคาดการณ์อัตราว่างงานเมื่อวันก่อนก็ตาม SET เช้านี้พุ่งเกิน 10 จุด หลังตลาดหุ้นตปท.สดใสตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันหลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ถึงความอ่อนแอของภาคการผลิตสหรัฐ โดยมาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงินระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 53.1 ในเดือนก.ย. จากระดับ 53.0 ในเดือนส.ค.ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน โดยภาคการผลิตได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์, อุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดโลก, ภาวะตื่นตระหนกในตลาดการเงิน รวมทั้งการลดการลงทุนในภาคธุรกิจ กระทรวงฝ่ายกิจการภายในประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนประจำเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 2.9% ซึ่งปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนตลอดช่วงครึ่งเดือนแรกนั้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์บางประเภทเช่นเครื่องดื่ม และเครื่องปรับอากาศมียอดจำหน่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการบริโภคในภาคเอกชน หรือคิดเป็นสัดส่วน 60% ของ GDP ญี่ปุ่น ,ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 1,981.60 จุด เพิ่มขึ้น 11.92 จุด, +0.61% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 17,921.00 จุด เพิ่มขึ้น 195.87 จุด, +1.11% ซื้อ AOT กำลังเข้าสู่ High Season ธุรกิจท่องเที่ยว: โดยแม้จะได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดช่วงกลางเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา แต่ AOT ยังคงรายงานตัวเลขผู้โดยสารที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวผ่านสนามบินยังเติบโตได้ 23.8% ในเดือน ส.ค. และคาดว่าจะเติบโต 15% ในเดือน ก.ย ซื้อ AOT ด้วยเป้าหมายทางพื้นฐาน 350 บาท ขณะที่ทางเทคนิคเริ่มแกว่งไต่ระดับขึ้นในกรอบสามเหลี่ยม มีเป้าหมายระยะสั้นที่ 290 บาทสาระสำคัญของการปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าปี 2558 คือส่วนข้อมูลแรงงานด้านอื่นๆที่มีการเปิดเผยล่าสุดนั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 10,000 ราย สู่ระดับ 277,000 ราย แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นเวลามากกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง ขณะที่ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า เอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์,นายศิวะพร กล่าวอีกว่า ตามแผนของบริษัทในช่วงปี 57-60 บริษัทใช้งบลงทุนธุรกิจการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (VNO) ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตช่องรายการดิจิตอลทีวี 2 ช่อง รวมวงเงิน 1,900 ล้านบาท ซึ่งใช้ไปแล้ว 700 กว่าล้านบาท、กติกาการเล่น สล็อต、 หุ้นยุโรปเปิดตลาดพุ่งสูงขึ้น จากอานิสงส์หุ้นเหมือง-ยานยนต์ ,COM7 ปิด 3.28 บาท +0.16 บาท (+5.13%)。

รมว.พลังงานเตรียมยืนพ.ร.บ.ปิโตรเลียมเข้าครม.ในเดือนนี้ คาดชัดเจนต้นปี 59BRENT CRUDE OIL: แกว่งตัวในกรอบ、 จีนเผยหนี้ต่างประเทศแตะ 1.68 ล้านล้านดอลล์ ณ สิ้นเดือนมิ.ย.AOT ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งฟื้นตัวขึ้นในกรอบรูปแบบสามเหลี่ยมด้านเท่า เครื่องมือ MACD ฟื้นตัวกลับขึ้นเป็นบวกอีกครั้ง เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่แนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนบริเวณ 285 บาท ผ่านได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่ 290 บาท ซื้อ กลุ่มรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง เริ่มเปิดซองประมูลแล้ว: โดยวานนี้เริ่มเปิดขายซองประมูลรถไฟรางคู่ฉะเชิงเทรา-แก่งคอย 1.1 หมื่นล้าน (e-Auction 5 พ.ย.) และวันนี้เปิดขายซองจิระ-ขอนแก่นอีก 2.6 หมื่นล้าน และคาดว่าจะมีการเปิดประมูลมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง และสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 เร็วๆนี้ รวมมูลค่า 2.6 แสนล้านบาท ซื้อ CK STEC UNIQ NWR และมองการปรับลดลงของ SCC เป็นโอกาส ซื้อ ต่อเนื่อง กบง. คงราคาขายปลีก LPG เดือน ต.ค. ที่ 22.29 บ./กก.,ขณะที่สัดส่วนรายได้ของ KTIS ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังมาจากการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลและกากน้ำตาลประมาณ 74% ที่เหลือจะมาจากธุรกิจชีวพลังงานและผลิตภัณฑ์ 26% และน่าจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นในปี 59S ซื้อเก็งกำไรนอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับปัจจัยลบจากรายงานของมาร์กิตที่ระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนก.ย.ขยับลงมาอยู่ที่ 52.0 จาก 52.3 ในเดือนส.ค. แต่ไม่เปลี่ยนแปลงจากข้อมูลเบื้องต้น , กบง. คงราคาขายปลีก LPG เดือนต.ค.-ปรับอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนฯ E20 และ E85โดยมีทุนเริ่มต้นและหุ้น 10,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 100,000 หุ้นมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และโครงสร้างการถือหุ้น BTS ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100SET : ไม่ทรง ก็ทรุดโดยดัชนีฯ ล่าสุดเมื่อเวลา 10.03 น. ดัชนีหุ้นไทย อยู่ที่ 1,357.59 จุด เพิ่มขึ้น 11.24 จุด หรือ 0.83% สูงสุด 1,358.48 จุด ต่ำสุด 1,353.73 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3,112.25 ล้านบาท 3 หลักทรัพย์เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน เหตุไม่ส่งงบการเงินปี 57แนวต้าน 7.40-7.70 // 8.00 บาท ฮั่งเส็งปิดพุ่ง 659.79 จุด ขณะจับตาจ้างงานสหรัฐ,ทั้งนี้ TFGกำหนดราคาขายหุ้น IPO ในราคาหุ้นละ 1.95 บาท จำนวนไม่เกิน 1,100 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 21.57% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้วเป็นจำนวน 5,100 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ข้อมูลแท่นขุดเจาะเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากเทรดเดอร์เชื่อว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐยังคงเดินหน้าปรับลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยหลังจากที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐลดลงจาก 40,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ 9.096 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ที่แล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (2 ต.ค.) ที่ 889.00 จุด เพิ่มขึ้น 1.00 จุด หรือ 0.11% นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการวันแรกว่า จะเร่งผลักดัน การประกวดราคาโครงการมอเตอร์เวย์ 3 สายคือ สายพัทยา-มาบตาพุด, สายบางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี ให้ได้ภายในปี 2558 และภายในเดือนต.ค.นี้จะเสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม(ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถือ Long ทุน 855-860 จุด และต่ำกว่า 850 จุด รอบเช้าน่าจะได้ปิดทำกำไรที่แนวต้านด่านแรก 857-858 จุดไปแล้ว ที่เหลือรอเป้าหมายหลักรอบรายวันที่ 863, 870 จุด ตัดขาดทุนกำไรเมื่อหลุด 850 จุด。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.