New Leaders Forum

ตรวจ หวย ล่าสุด 1 มีนาคม 62: Security and the Life Sciences

เงินฟรี อยากเล่นสล็อตผ่านมือถือ,แนวต้าน : 7.40 และ 7.48 ตอนนี้ยังประเมินว่าดัชนีร่วงมาแล้ว 28 จุดตอนปิดภาคเช้า ต่อไปภาคบ่ายจะเป็นยังไง ขอดูตอนปิดตลาดก่อนแล้วค่อยประเมินอีกที แต่คาดว่าในระยะกลาง-ยาวจะไม่กระทบ เพราะหุ้นไทยยังมีผลตอบแทนดีอยู่ และมองว่าโอกาสดีมีอยู่เสมอ ก็ต้องมีการวิเคราะห์และเรียนรู้ แต่เชื่อว่านักลงทุนไทยจะมองปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก นางเกศรา กล่าว SET ปิดเช้าบวก 5.43 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 3.59 พันลบ. ราคาทองคำปิดลบ ข้อมูลศก.แข็งแกร่งหนุนคาดการณ์เฟดขึ้นดบ.,3) หุ้นกลุ่มส่งออก (บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE, บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA) สำหรับหุ้นในกลุ่มนี้มีรายได้อิงกับเศรษฐกิจในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์วานนี้ในระดับที่ต่ำ แนะนำ หาจังหวะ เก็งกำไร KCE แนวรับ 52 บาท (Stop loss 51 บาท) แนวต้าน 54 บาท / DELTA แนวรับ 84 บาท (Stop loss 81.5 บาท) แนวต้านใกล้ 85 บาท (ถัดไป 90 บาท) ,บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่า SET มีโอกาสที่จะเกิดแรงขายในลักษณะ panic sell ก่อนได้ในช่วงแรก เพื่อรอดูว่าภาครัฐสามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบไว้ได้ต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งถ้าเหตุการณ์ไม่ได้ลุกลามออกไปมากกว่านี้ คาดว่าตลาดจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาหนุนให้รีบาวด์ขึ้นมาเคลื่อนไหวเป็นปกติได้อีกครั้งในเร็วๆ นี้ ดังนั้นยังแนะนำให้เน้นถือต่อเนื่องไว้ก่อนดีกว่า SUPER แข็งแกร่ง! ปรับตัวขึ้น 4 วันต่อเนื่อง โบรกฯ ชูเป้า 1.90 บ.แรงขายหุ้นกระจายตัว เน้นกลุ่มท่องเที่ยวกดดัน SET จากเหตุระเบิดราชประสงค์ เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 245 ตัดขาดทุนที่ 229 บาทโดยในปีนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนในต่างประเทศในปีนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 13 ส.ค.มีมติอนุมัติเงินลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทให้บริษัทเข้าไปลงทุนในโรงงานลักษณะคล้ายกับบริษัท ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อช่วยเสริมศักยภาพในการผลิตชิ้นงานให้กับลูกค้าที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งนี้อยากให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และใช้ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนในประเทศมาเป็นปัจจัยหลักที่มาใช้ในการลงทุน ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีงานสัมมนาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเกี่ยวกับการประเมินข้อมูลเรื่องอัตราผลตอบแทนเงินและการจ่ายเงินปันผล ซึ่งหุ้นไทยยังมีอัตราผลตอบแทนและจ่ายเงินปันผลที่ดีอยู่, ซื้อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.90 บาท และตั้งจุดตัดขาดทุน 2% จากทุน เลี่ยง 11 หุ้นเฝ้าระวัง! เสี่ยงโดนผลกระทบหลังเหตุการณ์ระเบิด SPA ร่วง 12.02% กูรูชี้เจอผลกระทบข้างเคียงจากเหตุระเบิดวานนี้CENTEL Trading แนวรับ 37.00 แนวต้าน 39.25-40.00 ตัดขาดทุน 36.00TTW Trading buy ปิด 11.7 แนวรับ 11.6-11.3 แนวต้าน 12.2-12.5,กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดแกว่งระหว่างกรอบ 1380-1390 จุด โดยภาพรวมจะกลับมาเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น เมื่อยืนระดับ 1400 จุดได้ ส่วนกรณีต่ำกว่า 1377 จุด ในช่วงบ่ายให้ระวังการกลับมาอ่อนตัวลงต่อ กลยุทธ์ การเก็งกำไร เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง ส่วนนักลงทุน รอซื้อเก็บอีกครั้งที่แนวรับ 1360 จุด、ใบ ตรวจ หวย 16 พฤศจิกายน 2561、 วิษณุ เครืองาม เผยนายกฯ แจงเหตุปรับ ครม.เพื่อเปลี่ยนวิธีทำงาน ,บล.เคเคเทรด เหตุการณ์วางระเบิด ณ สี่แยกราชประสงค์ ช่วงหัวค่ำวานนี้ มีทั้งผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นปัจจัยลบที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมีนัย เชื่อว่า มีโอกาสสูงมากที่จะเกิด Panic selling ในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ช่วงเปิดตลาดเช้า โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว จะได้รับผลกระทบเชิง Sentiment ค่อนข้างมากทั้งสนามบิน (AOT), สายการบิน (AAV, BA, NOK, THAI), โรงแรม (CENTEL, ERW, MINT)。

ขณะเดียวกันบริษัทยังคาดหวังที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 4.3% เป็น 20-24% โดยภายหลังจากการเข้าทำ Due Diligence และได้ข้อสรุปการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของ บมจ.เหมืองแร่โปแตชอาเซียนแล้วเสร็จฝ่ายวิจัยประเมินผลกระทบหากรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ในงวด 3Q58 ลดลงจากที่คาด 10% เพียงไตรมาสเดียว จะทำให้กำไรปกติปีนี้ลดลง 2.21%จากประมาณการที่ 1,207 ล้านบาท และทำให้มูลค่าพื้นฐานอิงวิธี DCF ลดลง 0.40 บาท แต่หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงและยืดเยื้อไปถึงสิ้นปี ส่งผลให้มูลค่าพื้นฐานหุ้นปีนี้มีโอกาสลดลงราว 1-2 บาท ต่อหุ้น ด้วยข่าว Sentiment เชิงลบ ดังกล่าว จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ แม้ยังคงคำนะนำ ถือ SUPER แข็งแกร่ง! ปรับตัวขึ้น 4 วันต่อเนื่อง โบรกฯ ชูเป้า 1.90 บ.สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 5.7 ดอลลาร์ หรือ 0.51% ปิด (17 ส.ค.) ที่ระดับ 1,118.40 ดอลลาร์/ออนซ์, สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 8.5 เซนต์ ปิดที่ 15.298 ดอลลาร์/ออนซ์, สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 6.7 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,000.70 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 3.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 613.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ,ด้าน สถานีโทรทัศน์ CNBC ในสหรัฐฯ รายงานว่า นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ขณะนี้ คงเร็วเกินไปที่จะบอกว่า เหตุระเบิดที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ เป็นการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการไทยกำลังดำเนินการสืบสวนหากลุ่มคนร้ายที่ลอบวางระเบิด และจนถึงขณะนี้ทางการไทยยังไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือมายังรัฐบาลสหรัฐฯ แต่อย่างใดหลังจากการดำเนินการตลาดและประชาสัมพันธ์ทั้ง Above the Line และ Below the Line อย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งการเปิดภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่ใช้เชฟชั้นนำรับรองความนุ่ม และชุ่มฉ่ำของเนื้อหมูคุณภาพ ได้มีส่วนช่วยขยายและตอกย้ำการรับรู้ของผู้บริโภคถึงความเป็นพรีเมี่ยมที่เป็นหนึ่งเดียว และความเป็น King of Pork ของเนื้อหมูดำ ซีพี-คูโรบูตะมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์นี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง,ขณะที่งานก่อสร้างโครงการรถไฟไทย-จีน หรือ โครงการรถไฟความเร็วปานกลาง เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 873 กม. คาดว่าจะเลื่อนงานก่อสร้างออกไป เพราะขั้นตอนยังมีอีกมาก อาทิ ต้องมีการสำรวจทาง การได้รับอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) และ โครงการยังต้องผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี เกศรา เผย นักลุงทุนเชื่อมั่นพื้นฐานตลาดหุ้นไทย คาดเหตุระเบิดกระทบแค่ระยะสั้น,แนวรับ 4.00 // 4.10 บาทคำแนะนำ : ราคาหุ้นปิดเป็นแนวโน้มพักตัว 7 วันทางขึ้นยืนเหนือเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน มีวอลุ่มเด่น 8 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรได้ทั้งนี้ แนะนำ ซื้อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.90 บาท และตั้งจุดตัดขาดทุน 2% จากทุน นายเบน เบอร์นันเก้ อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เปิดเผยว่า การที่จีนได้ปรับระบบอัตราค่ากลางเงินหยวนนั้น ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีเป้าหมายให้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น CPF ส่งหมูดำคูโรบูตะรุกกลุ่มฟู้ดส์เซอร์วิส หนุนยอดขายปีนี้โต 50% ผลกระทบจากการที่เงินบาทอ่อนค่า: (+) หุ้นที่ได้ประโยชน์อ CFRESH, HANA, SAPPE, TUF, SVI, DELTA, KCE / (-) หุ้นที่ได้รับผลเชิงลบคือ THAI และ AAV, อีกทั้งเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลาประมาณ 13.30 น. ได้เกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นบริเวณสะพานตากสิน ทั้งนี้จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อนแนวต้าน 24.00-24.40 บาท。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.